ผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้น

ตกขาว!!! ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้นยี่ห้อไหนให้หายขาด

ผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้นตัวไหนดี และวิธีดูแลตัวเองในช่วงตกขาว

“ตกขาว” เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้หญิง ซึ่งมีทั้งตกขาวธรรมดาและตกขาวที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของจุดซ่อนเร้น โดยทั่วไปแล้วตกขาวส่วนใหญ่นั้นไม่อันตราย สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนและพบได้บ่อยในช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่ถ้ามีมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกคัน อับชื้นจนก่อให้เกิดความรำคาญได้ ปล่อยไว้นานๆสุขภาพอาจจะแย่ลงอีกด้วย ดังนั้นอย่ารอช้า มาดูกันดีกว่าว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้นยี่ห้อไหนดี แล้วต้องดูแลอย่างไรดีจึงจะรักษาตกขาวได้หายขาด

 

1.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารกันเสีย(พาราเบน) ไม่มีแอลกอฮอล์และไม่ควรมีสารสารลดแรงตึงผิวที่มักพบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไปด้วย ค่ากรด-เบสควรอยู่ในระหว่าง 3.5-4.5 จะช่วยรักษาสมดุลให้กับจุดซ่อนเร้นได้ดีมากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้น

 

2.รักษาความสะอาด เข้าห้องน้ำทุกครั้งต้อล้างด้วยน้ำสะอาดและซับด้วยกระดาษทิชชู่ให้แห้ง ต้องเช็ดจากด้านหน้าไปยังทวารหนักเท่านั้น เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรค การดูแลนี้ควรทำแค่เพียงภายนอกก็เพียงพอแล้ว

 

3.งดสวนล้างช่องคลอด เพราะสมดุลภายในช่องคลอดจะถูกทำลาย แบคทีเรียประจำถิ่น(ชนิดดี)ก็จะตายตามไปด้วย เมื่อแบคทีเรียชนิดดีลดจำนวนลง โอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรียชนิดไม่ดีก็มีมากขึ้น ซึ่งหากการติดเชื้อเกิดขึ้น จะไม่ได้แค่ตกขาวเท่านั้น แต่จะเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงอีกด้วย

 

4.ชุดชั้นในต้องแห้งสะอาด กางเกงชั้นในที่เลอะคราบตกขาว มักซักออกได้ไม่หมด ทำให้ตกขาวนั้นไม่หายขาดสักที เพราะฉะนั้นควรซักด้วยการแช่น้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อกำจัดเชื้อโรคก่อน จากนั้นซักมือแล้วตากแดดจัดๆให้แห้งสนิท งดใส่ชุดชั้นในอับชื้นหรือใส่ซ้ำ หากสกปรกมากเกินไป ควรทิ้งไปเลยจะดีกว่า

 

5.งดมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าตกขาวจะหายสนิท เพราะถ้าหากมีในระยะนี้ ตกขาวอาจจะรุนแรงยิ่งขึ้นหรือเกิดการติดเชื้อตามมาได้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่าลืมป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยด้วย

 

6.เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ร่างกาย โดยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อจุดซ่อนเร้นนั้นได้แก่ แลคโตบาซิลัส พบได้มากในนมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ เป็นต้น ทานแล้วช่วยเพิ่มสมดุลให้จุดซ่อนเร้น ลดการเป็นตกขาวได้

และนี่ก็เป็นวิธีการดูแลรักษาจุดซ่อนเร้นจากการเป็นตกขาวที่เรานำมาฝากกันค่ะ หากปฏิบัติตามกันได้ รับรองว่าตกขาวหายขาดอย่างแน่นอน ส่วนใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ล้างจุดซ่อนเร้นที่ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิวอยู่ แนะนำให้ลอง Pure Extra Feminine Cleanser คลีนเซอร์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่เข้าใจความต้องการของผู้หญิง อ่อนโยน ปราศจากสารเคมีรุนแรง ผิวบอบบางก็ใช้ได้ ช่วยแล้วช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น รักษาสมดุลตามธรรมชาติ ผิวไม่แห้งตึงทั้งยังช่วยลดแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วยค่ะ

ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น

เลือกผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น อย่างไรให้เหมาะสม

how to การเลือกผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น เรื่องสำคัญที่สาวๆต้องใส่ใจ 

การดูแลเรือนร่างสำหรับสาวๆอย่างพวกเรา นอกจากต้องใส่ใจผิวหน้าและผิวกายแล้ว “จุดซ่อนเร้น” ก็เป็นอีกจุดสำคัญที่จะมองข้ามไปไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าขาดการดูแลที่ดี ก็อาจทำให้น้องสาวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาทักทายผู้คนภายนอกได้ ซึ่งกลิ่นที่ว่านี้จะทำลายความมั่นในจนหมดสิ้นกันเลยทีเดียว แต่ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้นอย่างเหมาะสมนั่นเอง ว่าแต่ผลิตภัณฑ์นี้สำคัญต่อจุดซ่อนเร้นอย่างไร

ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น

ควรเลือกซื้ออย่างไรจึงจะมั่นใจว่าปลอดภัยต่อน้องสาวจริงๆ เพราะมีคุณสมบัติคล้ายกับสบู่เหลวทั่วไป เพียงแต่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวกว่าสบู่ธรรมดามากและมีค่า pH เหมาะสม ใช้แล้วไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ช่วยลดแบคทีเรีย ลดกลิ่นอับชื้นหมักหมม ซึ่งนับว่าเป็นตัวช่วยกำจัดกลิ่นอย่างดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะในช่วงเป็นประจำเดือน วิธีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น

1.มีส่วนผสมที่ช่วยดูแลจุดซ่อนเร้น

สำหรับส่วนผสมสำคัญที่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นควรจะต้องมี คือ กรดแลคติก โดยปกติแล้วภายในช่องคลอดจะมีค่าความเป็นกรดเล็กน้อย แต่ในบางครั้งช่องคลอดก็อาจจะเสียความสมดุลระหว่างกรด-เบสได้ หากได้กรดแลคติกเข้ามาช่วย ก็จะทำให้ค่า pH มีความสมดุลอยู่เสมอ ช่วยให้น้องสาวแข็งแรง ลดโอกาสที่จะติดเชื้อแบคทีเรียและลดโอกาสการเป็นเชื้อราลงได้ ผลพลอยได้คือจะช่วยลดการเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั้นเอง

ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น

2.มีส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิว

มีสารสกัดจากธรรมชาติอีกหลายชนิดที่มีความอ่อนโยน ช่วยดูแลและปกป้องผิวบริเวณน้องสาวได้ เช่น สารสกัดจากว่านหางจระเข้ สกัดจากแตงกวา เป็นต้น สารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาให้กับผิวพรรณบริเวณจุดซ่อนเร้น ที่เน้นสารสกัดจากธรรมชาติเพราะว่าผิวบริเวณนี้ค่อนข้างบอบบางและแพ้ได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์นั่นมีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวนั่นเอง 

3.ปราศจากสารเคมีรุนแรง

อย่างที่ทราบกันว่าผิวบริเวณจุดซ่อนเร้นนั้นบอบบางมาก แพ้และระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องปราศจากสารเคมีรุนแรง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอมฉุน สารกันเสียรวมไปถึงสารลดแรงตึงผิวด้วย เพราะฉะนั้นใครที่กำลังหาซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นดีๆอยู่อย่าลืมตรวจสอบส่วนผสมกันอย่างละเอียดด้วย

4.ค่า pH เหมาะสม

เมื่อใดที่ค่า pH  ภายในช่องคลอดขาดความสมดุล การเป็นเชื้อราหรือติดเชื้อแบคทีเรียจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ซึ่งหากน้องสาวเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา กลิ่นอันไม่พึงประสงค์จะตามมาอย่างแน่นอน ไหนจะอาการแสบ คันและระคายเคืองอีก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้จะต้องมีค่า pH ที่เหมาะสมด้วย(ประมาณ 3.5-4.5)

ผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้น

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทําความสะอาดจุดซ่อนเร้นง่ายๆที่ทางเรานำมาฝากกันค่ะ ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแล้ว การทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นอย่างถูกวิธีก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเช่นเดียวกัน หลีกเลี่ยงความอับชื้น ดูแลสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปบ่อยครั้ง ไม่ใส่ชุดชั้นในซ้ำๆและหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกลิ่นฉุนจัด เพียงเท่านี้จุดซ่อนเร้นก็มีสุขภาพดี ปราศจากกลิ่นกวนใจแล้วล่ะ

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

เลือกทานคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ที่สามารถช่วยบำรุงผิวให้เนียนใส

คอลลาเจนคืออะไร ทำไมถึงต้องทาน แล้วควรจะเลือกคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

เรามักได้ยินว่ามีคอลลาเจนที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สามารถช่วยบำรุงผิวให้เนียนใส เต่งตึงกระชับ และลดอาการปวดข้อเข่า ทำให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น แต่แท้จริงแล้วคอลลาเจนคืออะไร จำเป็นแค่ไหน สาเหตุที่คอลลาเจนลดลงเกิดมาจากอะไร และควรเลือกใช้คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี บทความนี้มีคำตอบมาให้คุณค่ะ

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ในร่างกายของคนเรา ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผม ขน หนัง และเล็บ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เต่งตึง กระชับให้กับเซลล์ต่าง ๆ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของกระดูกอีกด้วย จึงสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ข้อต่อต่าง ๆ ได้ เช่น ข้อเข่า ข้อศอก เป็นต้น คอลลาเจนมีหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกัน ไม่ให้อวัยวะภายในร่างกายถูกกระทบกระเทือนจากการกระแทก ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหวของร่างกาย

คอลลาเจนเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์เองได้ จากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะพวกปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล หรือปลาทูนั่นเอง และยังมีอยู่ในพวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ อีกด้วย รวมทั้งไข่ไก่ ธัญพืช และพืชผัก โดยเฉพาะผักใบเขียว เช่น คะน้า บล็อกเคอรี่ ผักโขม ปวยเล้ง เป็นต้น

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น หรือเลยวัย 30 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง จึงทำให้เกิดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน รวมทั้งปัญหาการปวดข้อเข่าตามมาอีกด้วย ซึ่งนอกจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงอีก ซึ่งได้แก่

1.ความเครียด เวลาที่เราเครียด ร่างกายจะหลั่งสารอนุมูลอิสระออกมา ซึ่งจะมาช่วยเร่งทำลายเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายให้เสื่อมสภาพเร็วมากขึ้น โดยรวมถึงคอลลาเจนด้วย ส่งผลให้ผิวไม่กระชับและมีริ้วรอย

2.รังสียูวี เป็นตัวร้ายที่จะมาทำลายให้คอลลาเจนลดน้อยลง โดยไปเร่งการสลายตัวของคอลลาเจนให้เร็วขึ้น นอกจากนั้นยังไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติช่วยทำลายคอลลาเจนอีกด้วย

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

3.สูบบุหรี่ ควันบุหรี่คือที่รวมของสารพิษมากมายหลายตัวเข้าด้วยกัน ซึ่งจะไปทำลายโปรตีนในร่างกาย รวมทั้งคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน นอกจากนั้นยังทำให้ผิวสูญเสียน้ำ จนเป็นที่มาของริ้วรอยอีกด้วย

4.พักผ่อนไม่เพียงพอ ใครที่นอนน้อยมักจะหน้าโทรม เพราะร่างกายไม่ได้รับการฟื้นบำรุงและซ่อมแซมอย่างเต็มที่นั่นเอง โดยช่วงที่เราหลับลึกเวลาประมาณสี่ทุ่มถึงตีสอง ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่หากเรานอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะไม่ได้รับการซ่อมแซมนั่นเอง

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

5.รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ การได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นไปใช้ในการสร้างคอลลาเจนได้ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารสำเร็จรูป และอาหารจำพวกปิ้งย่าง ยังเป็นตัวการร้ายที่จะมาทำลายคอลลาเจนในร่างกายของเราอีกด้วย

 

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่เองที่จะทำให้คอลลาเจนในร่างกายเราลดน้อยลง ดังนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยในการเสริมคอลลาเจนเข้าไปในร่างกาย ซึ่งตัวเลือกที่ง่ายและสะดวกที่สุด ก็คือการรับประทานอาหารเสริมประเภทคอลลาเจนนั่นเอง แต่จะเลือกซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณค่ะ โดยเราขอแนะนำ ยากุรุโตะ คอลลาเจน จากแบรนด์เจลลี่ ที่นำเข้าคอลลาเจนโดยตรงจากญี่ปุ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายของคุณ ทำให้ผิวเต่งตึง หยืดหยุ่น กระชับขึ้น นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยบำรุงผิวอีกด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

  • คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ ช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวจากการถูกรังสียูวีทำร้าย ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น ลดความหมองคล้ำ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอย บำรุงกระดูกและเส้นผมให้แข็งแรง
  • โยเกิร์ตผง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง บำรุงเส้นผม ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น
  • ผงนมเปรี้ยว ช่วยให้การดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารได้ดี
  • สารสกัดจากส้มสีแดง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหนัง ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ลดความหมองคล้ำ เพิ่มความกระจ่างใส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
  • แอลกลูต้าไธโอน ลดการสร้างเม็ดสีผิวหรือเมลานิน ให้ผิวขาวอมชมพูขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว กระฝ้า ความหมองคล้ำ ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • โคเอนไซม์ คิวเท็น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ร่างกายแข็งแรง สดชื่น รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น
  • แอล-ซีสเทอีน ไฮโดรคลอไรด์ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ลดเลือนจุดด่างดำและร่องรอยหหมองคล้ำต่าง ๆ ให้จางลง ทำให้ผิวหนัง เส้นผม และเล็บมีสุขภาพดี
  • ซิงค์อะมิโนแอซิดคีเลต เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหนังและเส้นผมแข็งแรงขึ้น
  • ดี-แอลฟา โทโคเฟอริล แอซิด ซัคซิเนต เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ปรับสมดุลฮอร์โมนให้เป็นปกติ ลดอาการปวดเมื่อยขา ลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอย

คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี

ด้วยส่วนผสมที่หลากหลายและมีคุณภาพจากแบรนด์เจลลี่ ทำให้ยากุรุโตะ คอลลาเจน เป็นตัวแทนของคำตอบว่าจะซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ซึ่งสามารถชงกินได้ง่าย ละลายน้ำเร็ว โดยควรดื่มวันละ 1 ซองก่อนอาหารเช้าหรือก่อนเข้านอนค่ะ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

สาเหตุที่ทำให้น้องไม่ฟิต และวิธีทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ เราได้ยกตัวอย่างสำหรับวิธีดีๆ ที่จะทำให้น้องสาวกระชับขึ้น

ช่องคลอดเป็นบริเวณที่ละเอียดอ่อน ยากที่จะพูดถึงกันตรง ๆ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหา ก็ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใคร เพราะอาจจะทำให้สูญเสียความมั่นใจได้เลยทีเดียว แล้วยิ่งถ้าช่องคลอดไม่กระชับ และหย่อนยาน ก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นไปอีกเท่าตัว หลายคนจึงต้องไปหาทางทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับกลับมาเป็นเหมือนเดิม ด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งวันนี้เราได้ยกตัวอย่างสำหรับวิธีดี ๆ ที่จะทำให้ช่องคลอดกระชับมาพอสมควร แต่ก่อนหน้านั้นเราไปรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดหลวมกันก่อนดีกว่าค่ะ

 

สาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดไม่กระชับ

1.การคลอดลูก เป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ช่องคลอดหลวม เพราะขณะคลอดลูก คุณแม่ต้องทำการออกแรงเบ่ง เพื่อให้ลูกน้อยออกมาสู่โลกกว้าง ทำให้ช่องคลอดมีการขยายตัวขึ้น และถ้าหาลูกมีขนาดตัวที่ใหญ่ด้วยแล้วนั้น ก็จะยิ่งทำให้ช่องคลอดหลวมเป็นธรรมดาค่ะ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

2.อายุที่มากขึ้น เกิดจากความเสื่อมของสภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง จะมีช่องคลอดที่หลวมกว่า เพราะช่องคลอดเป็นอวัยวะที่ตอบสนองกับฮอร์โมน หากประจำเดือนหมด ช่องคลอดก็ไม่กระชับตามไปด้วย

3.โรคประจำตัว โรคประจำตัวบางประเภท ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดหลวมได้ อย่างเช่น โรคหอบหืด โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือท้องผูกเป็นประจำ ไอเรื้อรัง หรือมีก้อนเนื้อในช่องท้อง เป็นต้น เพราะการเบ่ง การไอ และแรงดัน จะทำให้ช่องคลอดหลวมขึ้นนั่นเองค่ะ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

4.เคยผ่าตัดมาก่อน สำหรับใครที่เคยผ่าตัดบริเวณนี้มาก่อน ก็เป็นสาเหตุทำให้ช่องคลอดไม่กระชับเช่นเดียวกัน เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในมีการแปรเปลี่ยนสภาพไปไม่เหมือนเดิมนั่นเอง

5.กิจกรรมที่เพิ่มแรงดัน สำหรับใครที่ต้องยกของหนักบ่อย ๆ เป็นนักกีฬา ต้องออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างเช่น กีฬายกน้ำหนัก หรือมีอาชีพเป็นหมอนวด ต้องใช้แรงมาก ๆ กิจกรรมเหล่านี้เองจะไปเพิ่มแรงดันภายใน ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหย่อนคล้อยตามมาได้ค่ะ

6.โรคทางพันธุกรรม สำหรับข้อนี้อาจจะแก้ไขได้ยากอยู่สักหน่อย เพราะเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ที่มีมาแต่กำเนิด เช่น เนื้อเยื่อมีความอ่อนแอตั้งแต่แรกเกิด เป็นโรคหนังยืดผิดปกติ หรือเป็นโรคมาร์แฟนซินโดรม เป็นต้น ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทางต่อไปค่ะ

7.การมีเพศสัมพันธุ์ และข้อสุดท้ายคงเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า คนที่มีเพศสัมพันธุ์บ่อย ๆ เป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น จะทำให้ช่องคลอดหลวมโดยอัตโนมัติ เพราะผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานนั่นเอง

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หลังจากได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดหลวมหย่อนยานกันไปแล้ว ต่อไปก็มาดูวิธีดี ๆ ที่จะทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าไม่ยากจนเกินไปแน่ โดยจะมีวิธีไหนที่ถูกใจคุณบ้างนั้น ไปอ่านกันเลยค่า

1.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเต่งตึงขึ้นได้ค่ะ ซึ่งมีอยู่หลายท่าด้วยกัน คือ

  • ท่าสะพานโค้ง ให้นอนราบกับพื้น งอเข่าขึ้น ยกก้นให้ตัวขนานกับพื้น หายใจเข้าพร้อมขมิบช่องคลอด จากนั้นจึงหายใจออก และนอนราบกับพื้นเหมือนเดิม ทำแบบนี้ 30 ครั้งต่อวันค่ะ
  • ปั่นจักรยานอากาศ ให้นอนหงายราบกับพื้น และประสานมือกันไว้ที่ท้ายทอย ยกหัวขึ้นมาเหนือพื้นเล็กน้อย แล้วยกขาขึ้นมาไว้ระดับอก จากนั้นให้ทำท่าปั่นจักรยานกลางอากาศ และขมิบช่องคลอดไปพร้อมกัน เป็นเวลาอย่างน้อยประมาณ 20 ครั้งต่อวัน ก็จะทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นได้แล้วค่ะ
  • ท่าสควอช ให้ยืนตรง แยกขาออกจากกันเล็กน้อย ทำท่าเหมือนจะนั่งเก้าอี้ โดยงอเข่าลงไม่ให้เกินปลายเท้า เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บและปวดเข่าได้ ทำท่าลุกนั่งไปอย่างนี้ประมาณ 3 รอบ รอบละ 15 ครั้งด้วยกันต่อวันค่ะ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

 

2.ฝึกขมิบ

โดยการฝึกขมิบกล้ามเนื้อรอบ ๆ บริเวณช่องคลอด แบบไม่ต้องเกร็งหน้าท้อง เป็นเวลา 10 วินาที ทำประมาณ 45 ครั้งต่อวัน หรือจะแบ่งเป็น 3 ชุด ชุดละ 15-20 นาทีก็ได้ ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นมาได้ค่ะ

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

 

3.ศัลยกรรม

  • ใช้เลเซอร์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่พัฒนามาจากการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะ ซึ่งจะใช้เลเซอร์ไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้เต่งตึงกระชับขึ้น

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

  • ผ่าตัด หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการทำ “รีแพร์” ซึ่งช่วยให้ช่องคลอดกระชับขึ้นได้จริง ด้วยการผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อภายใน ให้เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลง เพื่อเกิดการหดรัดที่ดีกว่าเดิม แต่อาจจะต้องเจ็บตัว และใช้เวลาพักฟื้นสักหน่อย แถมยังมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วยค่ะ

 

ทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับ

แต่วันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายกว่านั้นมาแนะนำกันค่ะ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงและกระชับช่องคลอดไปในตัว นั้นก็คือ เพียวซีเครทเซรั่ม PURE SECRET SERUM ของแบรนด์ JELLYS ที่ช่วยบำรุงให้น้องสาวฟิตกระชับขึ้น และขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะมีสารสกัดจากวิตามินอี ทับทิม โสม มันเทศป่า และกราวเครือขาว ทั้งยังปราศจากสี พาราเบน และแอลกอฮอล์ จึงมั่นใจได้ว่าอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณค้นพบทางออกดี ๆ ที่จะทำยังไงให้ช่องคลอดกระชับกันนะคะ

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

เผยเคล็ดลับ วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า สุดปัง

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้ามีหลายวิธี ซึ่งเราก็ต้องเลือก ให้ตรงกับความเหมาะสม

นอกจากสิวจะสร้างความหงุดหงิดใจหรือสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ แล้ว รอยสิวหรือรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวก็สร้างความสะเทือนใจให้สาวๆ ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว เผลอๆ เครียดมากกว่าเป็นสิวเสียด้วยซ้ำ รอยแดงหรือรอยดำจากสิว คือ ปัญหาสิวที่มักจะตามมาภายหลังจากการเป็นสิว รอยแผลเป็นจากสิวต่างๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่ส่งผกระทบทางจิตใจ คงไม่มีสาวๆ คนไหนอยากมีรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวบนใบหน้า เพราไม่ว่าใครก็ต้องการมีใบหน้าที่ขาว กระจ่างใสและเรียบเนียน ใช่หรือไม่ วันนี้เราจึงมีวิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้ามาฝาก พร้อมทั้งจะมาให้ข้อมูลสาระสำคัญเกี่ยวกับรอยดำจากสิวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้สาวๆ ได้รู้สาเหตุจะได้ป้องกันอย่างถูกวิธีนั่นเอง

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

 

รอยดำจากสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร

รอยดำที่เกิดจากสิว มีสาเหตุมาจากอาการอักเสบที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นสิว โดยร่างกายจะมีการหลั่งสารอักเสบออกมาใต้บริเวณผิวหนังตรงที่เกิดสิว ส่งผลให้ร่างกายมีการผลิตเม็ดสีเมลานินเป็นจำนวนมากในบริเวณที่เกิดอาการอักเสบของสิวหรือเรียกว่า  Post-Inflammatory Hyperpigmentation  โดยเกิดเป็นรอยดำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการแกะ เกา หรือสิวบีบสิวต่างๆ ยังอาจส่งผลทำให้บริเวณที่เป็นสิวเกิดอาการบวมแดงและอักเสบขึ้นมาได้ สิ่งนี้เองจึงไปกระตุ้นให้สิวเกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยากมาก

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

ส่วนลักษณะความเข้มและสีของรอยดำที่เกิดจากสิวนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการอักเสบ ยิ่งมีอาการอักเสบมากรอยดำจากสิวก็จะยิ่งเข้มมากขึ้นและที่สำคัญคือหายช้ามากๆ ด้วย โดยสีของรอยสิวจะค่อยๆ จางลงไปเองตามธรรมชาติ แต่อาจจะใช้เวลานานมากกว่า 3 เดือน ส่วนการรักษารอยดำที่เกิดจากสิวนั้น ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี

 

การดูแลรักษารอยดำที่เกิดจากสิว

แม้ว่ารอยดำที่เกิดจากสิวจะค่อยๆ จางลงหรือหายไปเองตามธรรมชาติ แต่อาจต้องใช้เวลานานมากพอสมควร อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความเข้มของรอยสิวในแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งการลดอาการอักเสบในช่วงที่เกิดสิวเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำได้ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยรักษารอยสิวให้หายได้ง่ายและไวขึ้น ส่วนวิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า มี 2 วิธีดังนี้

 

1.รักษาด้วยการทำทรีทเม้นท์หน้าหรือเลเซอร์

การทำทรีทเม้นหน้าหรือเลเซอร์เป็นการรักษารอยดำที่เกิดจากสิวหรือหลุมสิว โดยเป็นทางเลือกในการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ หรือได้ผลลัพธ์อันเป็นที่น่าพึงพอใจ ในส่วนการทำทรีทเม้นหน้าเพื่อรักษารอยสิวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันได้แก่การทำเลเซอร์และการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

การทำเลเซอร์ :  การรักษาด้วยเลเซอร์เหมาะกับการใช้แก้ปัญหารอยหลุมสิวหรือรอยดำที่เกิดจากสิวที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งฝังลึกทำให้จัดการได้ยาก การเลเซอร์เป็นลักษณะของการใช้คลื่นพลังงานที่เข้มข้น เพื่อเข้าไปทำลายเซลล์ผิวหนังบริเวณหลุมสิวและไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงช่วยให้รอยหลุมสิวดูตื้นมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษารอยดำที่เกิดจากสิวได้ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ อาจทำให้ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และไวต่อแสง

 

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

ลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ :  โดยใช้กรด AHA เข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็วและให้เซลล์ผิวชั้นในเกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทน ช่วยให้จุดด่างดำหรือรอยสิวต่างๆ แลดูจางลงไป

 

2.ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรักษารอยดำจากสิว

วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากอีกทั้งยังมีต้นทุนไม่แพงเหมือนวิธีแรก แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษารอยดำที่เกิดจากสิวที่มีส่วนผสมของสารช่วยลดการอักเสบของสิว หรือสารสกัดจากธรรมชาติ ที่นอกจากจะช่วยลดการอักเสบของสิวได้แล้ว ยังมีความปลอดภัยต่อผิวอีกด้วย อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เพียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ

วิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้า

สบู่มาส์กหน้าเพียวเฟสที่นอกจากจะทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจดแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียนและดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยสบู่มาร์คหน้าเพียวเฟซมีสารสกัดจากธรรมชาติถึง 7 ชนิดด้วยกัน และอุดมไปด้วยวิตามินซีว่านหางจระเข้ น้ำผึ้ง เลมอน วิชฮาเซล และทีทรีออยล์ ใช้ได้ทั้งแบบฟองนุ่มและแบบวิปโฟม มีความอ่อนโยนต่อผิว ช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถทำความสะอาดผิวและล้างเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่อยู่ลึกถึงใต้ชั้นผิว ช่วยรักษาสิวและรอยดำที่เกิดจากสิวให้แลดูจางลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอีกด้วย

และทั้งหมดนี้ ก็คือ สาระที่น่ารู้เกี่ยวกับรอยดำที่เกิดจากสิวบนใบหน้า พร้อมทั้งวิธีรักษารอยดําจากสิวบนใบหน้าสาวๆ คนไหนที่กำลังพบเจอกับปัญหารอยดำที่เกิดจากสิวบนใบหน้าและแก้ไม่ตกสักที จนทำให้เกิดความเครียดหรือความวิตกกังวลใจ เพียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ สบู่มาส์กหน้าช่วยลดรอยดำที่เกิดจากสิว โดยเป็นสบู่ล้างหน้าที่มาร์คหน้าไปด้วยในตัวนอกจากจะช่วยลดรอยดำที่เกิดจากสิวแล้ว ยังทำให้ผิวหน้าดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

สิวผดรักษายังไง

สิวผด คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และสิวผดรักษายังไง

สิวผดรักษายังไง ก่อนอื่นเราต้องรู้หาเหตุและวิธีป้องกันก่อน

ปัญหาสิว คือ ปัญหาใหญ่ โดยเฉพาคุณสาวๆ วัยใส วัยทำงานทั้งหลาย ทุกครั้งที่เป็นสิวบนใบหน้า นอกจากจะบั่นทอนจิตใจ หรือทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจแล้ว  บางครั้งยังทำให้รู้สึกเจ็บปวดทางร่ายกายอีกด้วย สิวธรรมดาทั่วไป อาจรักษาให้หายได้ง่ายๆ แต่บางคนมีอาการแพ้ทางผิวหนังจนทำให้เกิด “สิวผด” โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงสาระน่ารู้เกี่ยวกับสิวผด ไปดูกันว่าสิวผด คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และสิวผดรักษายังไงให้หายเป็นปกติ

 

สิวผด คืออะไร

อันดับแรกต้องขออธิบายก่อนว่าความจริงแล้ว สิวผด ไม่ใช่ปัญหาสิวอย่างที่ใครหลายๆ คนเข้าใจ สิวผดมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น สิวหิน สิวเทียม เป็นต้น โดยสิวผดเกิดจากเนื้องอกของต่อมเหงื่อ (Syringoma) ลักษณะคือเป็นผดผื่นเล็กๆ เม็ดตุ่มนูนจำนวนมาก ซึ่งจะไม่เหมือนกับสิวทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่มักจะกระจายตัวอยู่ที่บริเวณขมับ หน้าผาก และรอบดวงตาและด้วยความที่สิวผดเป็นต่อมเหงื่อที่มีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ ไม่มีรูอยู่ใต้ผิวหนัง เมื่อไปสัมผัสจึงทำให้รู้สึกแข็งๆ สากๆ บริเวณผิวหนัง ส่งผลทำให้ผิวของเราไม่เรียบเนียน ไม่สม่ำเสมอ ในส่วนสาเหตุของการเกิดสิวผดนั้นส่วนใหญ่จะมาจากปัจจัยภายนอก

สิวผดรักษายังไง

 

สิวผดเกิดขึ้นได้อย่างไร

อย่างที่บอกว่าโดยส่วนใหญ่สิวผดมักจะเกิดจากปัจจัยภายนอก เนื่องจากในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ รวมถึงแสงแดด ยิ่งปัจจุบันนี้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยของเราที่มีค่าเกิดกว่ามาตรฐาน ยิ่งทำให้เกาะป้องกันผิวหนังของเราบอบบางและอ่อนแอลงได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดขึ้นมานั่นเอง อย่างไรก็ตาม เราจะขอจำแนกสาเหตุของการเกิดสิวผด โดยมีดังต่อไปนี้

 

1.การใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป สิวผดรักษายังไง ข้อนี้สำคัญ เพราะคุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำในแต่ละวัน อาจส่งผลหรือมีความเสี่ยงทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น การใส่หน้ากากอนามัยซ้ำกันหลายครั้ง แพ้สารเคมีในเครื่องสำอาง สัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาด ล้างหน้าบ่อยเกินไปจนทำให้ผิวหน้าเกิดการเสียสมดุล ตลอดจนความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดสิวผดได้ทั้งนั้น ทางที่ดีสาวๆ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้จะดีกว่า

สิวผดรักษายังไง

 

2.อากาศร้อน สภาพอากาศที่ร้อน ก็มีผลทำให้เกิดสิวผดได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพอากาศในประเทศไทยของเราที่ร้อนมากๆ เนื่องจากอากาศร้อนส่งผลกระทบกับต่อมเหงื่อในร่างกาย หากต่อมเหงื่อไม่สามารถระบายเหงื่อออกมาได้จะทำให้เกิดการอุดตัน หลังจากนั้นตุ่มเล็กๆ เหมือผดก็จะเกิดขึ้นใต้ผิวหนัง หรือเรียกว่า สิวผด นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ในแต่ละคนจะพบสิวผดที่แตกต่างกันออกไป บางคนมีสิวผดเกิดขึ้นมาในตอนเช้าที่มีอากาศร้อน และเมื่อตอนเย็นอุณหภูมิลดลง สิวผดก็จะค่อยๆ จางลงไปเอง

 

3.ฝุ่น PM 2.5 ฝุ่น PM 2.5 เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสิว นอกจากผิวผดแล้วยังทำให้เกิดสิวต่างๆ มากมาย เช่น สิวอุดตัน สิวเสี้ยน สิวหัวดำ สิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบ เป็นต้น แต่ที่น่ากลัวมากกว่าการเกิดสิว ก็คือ ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจและมีผลกระทบต่อปอดของเรา ดังนั้น ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน หากมีอาการแพ้อย่างรุนแรง หายใจติดขัด มีเลือดไหลออกมาจากโพรงจมูกควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สิวผดรักษายังไง

 

4.ผิวอยู่ในภาวะอ่อนแอ ผิวอ่อนแอ เกิดขึ้นจากการที่เกาะป้องกันผิวทำงานไม่มีประสิทธิภาพ บางคนเกิดจากการแพ้สารเคมี แพ้เครื่องสำอางต่างๆ หรืออาจเกิดขึ้นได้จากลักษณะทางพันธุกรรม ผิวอ่อนแอที่ว่านี้ส่งผลทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวแห้งเสียง่าย จนก่อให้เกิดสิวผดและอาการระคายเคืองต่างๆ ตามมา

 

วิธีป้องกันและรักษาสิวผด

1.ไม่ควรสัมผัสกับผิวหน้า หากมือไม่สะอาด เพราะอาจทำให้เชื้อโรค แบคทีเรียหรือสิ่งสกปกต่างๆ แพร่กระจายเข้าสู่หน้าของเราได้ง่ายขึ้น เนื่องจากผิวหน้าค่อนข้างมีความบอบบางมากกว่าผิวในบริเวณส่วนอื่นๆ

2.ล้างหน้าให้ถูกวิธี โดยล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น ยกเว้นในกรณีที่ออกกำลังมาเสร็จมาใหม่ๆ แนะนำให้รีบล้างหน้าทันที

3.เช็ดเครื่องสำอางออกให้หมดจดก่อนเข้านอน เพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรก หรือคราบต่างๆ ตกค้างบนใบหน้าเพราะอาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิวต่างๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะสิวผด

สิวผดรักษายังไง

4.หลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ป้องกัน เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สวมแว่นตากันแดด สวมหมวก หรือใส่ปลอกแขน เป็นต้น หมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ แนะนำครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30+ ขึ้นไป

5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและสร้างสมดุลที่ดีให้แก่ร่างกาย รวมถึงผิวพรรณด้วย

6.ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสูตรอ่อนโยน สาวๆ บางคนเกิดปัญหาสิวผด เนื่องจากแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยนที่เหมาะกับทุกสภาพผิว อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์  Jellys

สิวผดรักษายังไง

Jellys มีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนบำรุงผิว เพรียวซอฟ สบู่น้ำมันมะพร้าว ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด บอกลาปัญหาสิวมากวนใจ หรือจะเป็นสบู่มาส์กหน้า เพียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ ช่วยทำความสะอาดผิวและฟื้นฟูผิวในตัว เป็นต้น นอกจากนั้น Jellys ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ อีกมากมาย มีทั้งครีม โลชั่นและสครับ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวปลอดภัย ได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดอาการแพ้  คิดค้นและวิจัยโดยเภสัชกรมืออาชีพ ผลิตภัณฑ์ทีคุณภาพ โดยมีการรับรองมาตรฐานจาก อ.ย. มีเลขที่จดแจ้งชัดเจน ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ ก็คือ สาระน่ารู้เกี่ยวกับสิวผดและสิวผดรักษายังไงให้หายเป็นปกติพร้องทั้งวิธีป้องกัน เป็นอย่างไรกันบ้าง เพียงแค่สาวๆ ทำตามคำแนะนำในข้างต้น รับรองเลยว่าจะไม่มีปัญหาสิวผดมากวนใจอย่างแน่นอน

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม

แย่แล้ว! ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม ทำอย่างไรไม่ให้น้องสาวมีกลิ่น

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม แก้ไขอย่างไรดี เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก

กลิ่นจากจุดซ่อนเร้น นับเป็นประเด็นที่ต้องกังวลเป็นอันดับต้น ๆ ของสาว ๆ หลายคน เพราะนอกจากจะทำให้สูญเสียความมั่นใจแล้ว ยังทำให้รู้สึกแย่กับกลิ่นของตัวเองอีก แต่ก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไงถึงจะทำให้ปัญหาช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็มหายไป เบื่อไหมที่จะต้องทนกับกลิ่นเหม็นคาว และต้องคอยระวังว่าใครจะได้กลิ่นนี้ด้วยหรือไม่ วันนี้ปัญหากวนใจของคุณจะหมดไป เพราะเรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่รวมวิธีจะทำให้น้องสาวไม่มีกลิ่นมาฝากกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปอ่านกันเลยค่า

1.ไม่ใส่กางเกงรัดรูป การใส่กางเกงรัดรูป อย่างพวก เลกกิ้ง ยีนส์สกินนี่ อาจจะช่วยทำให้รูปร่างขาดูเพียวสวยขึ้น แต่ไม่เป็นผลดีกับน้องสาวของเรา เพราะอากาศไม่สามารถระบายถ่ายเทได้ ทำให้มีกลิ่นอับชื้น อาจเกิดเชื้อรา และการติดเชื้อตามมาได้ ดังนั้นเราจึงควรใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ก็จะช่วยให้ระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม

2.ไม่ตากกางเกงในไว้ที่ร่ม บางคนอายที่จะต้องตากกางเกงในไว้กลางแดด หรือกลัวเนื้อผ้าจะเสียทรง เลยตากไว้ในที่ร่ม ให้ลมพัดแห้งเอง ซึ่งแสงแดดส่องไม่ถึง จึงเป็นที่มาของเชื้อราได้ และยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่บริเวณจุดซ่อนเร้นอีกด้วย ดังนั้นลองหามุมตากผ้าที่แสงแดดส่องถึง แต่ไม่สะดุดสายตาคนดู เพียงเท่านี้กางเกงในเราก็จะแห้งสนิทไร้เชื้อราแล้วค่ะ

3.ไม่กินอาหารหมักดอง สำหรับอาหารบางประเภท เช่น อาหารคาว อาหารทะเล อาหารที่มีเครื่องเทศ ของหวาน แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะอาหารหมักดอง หากรับประทานเข้าไปแล้ว จะมีส่วนทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็มได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง ถ้าไม่อยากเสี่ยงมีกลิ่น ควรกินโยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวแทนจะดีกว่า เพราะมีแบคทีเรียชนิดดีที่ทำให้ช่องคลอดสมดุล ไม่ไปกระตุ้นให้เกิดตกขาว ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นคาวปลานั่นเอง

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม

4.ไม่โกนขนน้อง สมัยนี้หลายคนนิยมที่จะโกนขนน้องสาว เพราะรู้สึกว่ามันไม่สวยงาม แต่ธรรมชาติสร้างและออกแบบมาไว้ดีแล้ว ขนบริเวณนี้จะช่วยป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อาจจะเข้าไปข้างใน ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ขนน้องสวยยังช่วยลดการเสียดสีระหว่างผิวหนังอีกด้วย เพราะจุดซ่อนเร้นเป็นบริเวณที่บอบบาง และมักจะเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ดั้งนั้นเราจึงต้องมีเกราะป้องกันตามที่ธรรมชาติให้มา หากใครรำคาญจะเล็มออกนิดหน่อยก็ได้ค่ะ

5.ไม่ใส่แผ่นอนามัยทุกวัน บางคนไม่ชอบให้กางเกงในเลอะเทอะ เพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ไม่สบายตัว จึงใส่แผ่นอนามัยไว้ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่มีประจำเดือน ทั้งยังช่วยให้การซักทำความสะอาดกางเกงในง่ายขึ้นอีกด้วย แต่การใส่แผ่นอนามัยทุกวันนั้น มีแต่จะทำให้น้องสาวของเราเกิดการอับชื้น เพราะไม่สามารถระบายถ่ายเทอากาศได้นั่นเอง

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม

6.ไม่เช็ดจากหลังมาหน้า เนื่องจากจุดซ่อนเร้นและทวารหนักเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกัน วิธีเช็ดทำความสะอาดที่ถูกต้องคือต้องเช็ดจากหน้าไปหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้น้องสาวติดเชื้อ เพราะหากเช็ดจากหลังมาหน้าแล้ว สิ่งสกปรก เชื้อโรคและแบคทีเรียที่อยู่ในบริเวณทวารหนัก อาจจะเล็ดลอดเข้าไปทางช่องคลอด ทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ค่ะ

7.ไม่สวนล้างช่องคลอด บางคนเข้าใจผิดว่าช่องคลอดเป็นบริเวณที่สกปรก เพราะมักจะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความจริงแล้วเป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ โดยปกติช่องคลอดจะต้องมีความชุ่มชื้นอยู่แล้ว เพื่อรักษาสมดุลภายใน ป้องกันเชื้อโรค และลดการเสียดสี การสวนล้างเข้าไปข้างในช่องคลอดนั้น มีแต่จะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง

จบกันไปแล้วสำหรับ 7 อย่างที่ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็มได้ค่ะ ซึ่งหากใครที่ทำครบทั้ง 7 ข้อแล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นอยู่ อันนี้น่าจะเกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย ต้องไปหาคุณหมอเพื่อตรวจสอบอาการและรักษาต่อไปค่ะ

 

ช่องคลอดมีกลิ่นปลาเค็ม

และสำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับจุดซ่อนเร้น เพื่อป้องกันกลิ่นบริเวณนั้น เรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาแนะนำกันค่ะ นั่นก็คือ PURE EXTRA FEMININE CLEANSER ของแบรนด์ JELLYS นั่นเอง เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดและดูแลจุดซ่อนเร้น มีความอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง ปราศจากซิลิโคนและพาราเบน จึงไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ช่วยลดแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ได้ เป็นสูตรน้ำบางเบา เหมาะสำหรับสาว ๆ ทุกคน ปกป้องยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง

มีส่วนผสมของหญ้ารีแพร์ช่วยกระชับช่องคลอดให้เต่งตึง ลูกพลับช่วยระงับกลิ่นกาย สารสกัดจากดอกคาโมมายด์ ช่วยฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบและระคายเคือง สารสกัดจากว่านหางจระเข้ช่วยให้เกิดความชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง กรดแลคติก ช่วยปรับสมดุลค่า pH และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติตัวอื่น ๆ ที่ช่วยป้องกันการระคายเคืองอีกด้วย

ได้รู้วิธีดี ๆ ในการป้องกันน้องสาวไม่ให้มีกลิ่นเหม็นคาวกันไปแล้ว รวมทั้งผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้นที่เหมาะกับทุกคน หวังว่าหลังจากที่นำไปปฏิบัติและใช้จริง ปัญหาน้องสาวมีกลิ่นคาวปลาจะไม่มารบกวนใจคุณอีกต่อไปนะคะ

 

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

5 ความเชื่อผิดๆเเกี่ยวกับจิ๊มิ พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

ไขความกระจ่างเกี่ยวกับจุดซ่อนเร้น พร้อมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

การพูดถึงจุดซ่อนเร้นอาจฟังเป็นเรื่องที่น่าอาย จนหลายคนที่มีปัญหาก็ไม่กล้าไปปรึกษาใคร ได้แต่เก็บคำถามนั้นไว้ และเข้าใจแบบผิด ๆ เกี่ยวกับจุดซ่อนเร้นต่อไป วันนี้เราจะมาไขความกระจ่างของความเชื่อหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับจุดซ่อนเร้นกันค่ะ พร้อมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้นที่ดีมาแนะนำกันอีกด้วย เรามาดูกันดีกว่า ว่าความเชื่อแบบผิด ๆ เหล่านั้นจะมีอะไรบ้าง

 

1.ตกขาวคืออาการผิดปกติ

ตกขาวคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของผู้หญิง ไม่ใช่สิ่งผิดปกติแต่อย่างใด บางคนไม่ชอบมีตกขาว เพราะรู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายตัว จึงอยากจะกำจัดออกไป แต่หารู้ไม่ว่าตกขาวมีหน้าที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียและช่วยป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอด หากตกขาวของคุณมีสีผิดปกติไปจากเดิม หรือมีกลิ่นเหม็นรุนแรง อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังติดเชื้อในช่องคลอด ให้จำสีตกขาวที่เห็น และไปพบหมอเพื่อบอกอาการอย่างละเอียด อย่าอายที่จะดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นาน เชื้ออาจลุกลามจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

 

2.ช่องคลอดที่ดีจะไม่มีกลิ่น

เป็นความเชื่อผิด ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่ว่าบริเวณจุดซ่อนเร้นหรือช่องคลอดนั้นจะต้องไม่มีกลิ่น ซึ่งความจริงนั้นตรงกันข้าม ช่องคลอดที่สุขภาพดีมักจะมีกลิ่นอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวแต่ละบุคคล เพราะบริเวณนั้นมีต่อมเหงื่อที่จะคอยขับออกมา หรือพูดง่าย ๆ ก็คือกลิ่นเหงื่อนั่นเอง แต่หากกลิ่นนั้นเปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งคุณอาจอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีเพศสัมพันธ์ แต่หากกลิ่นนั้นมีความเหม็นรุนแรง คล้ายกลิ่นคาวปลา เป็นไปได้ว่าคุณอาจติดเชื้อในช่องคลอด ซึ่งอาจมีอาการอื่น ๆ รวมด้วย เช่น แสบร้อน คัน เป็นผื่นแดง อักเสบ เป็นต้น หากมีอาการเหล่านี้ก็ควรที่จะไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

 

3.การสวนล้างช่องคลอดจะทำให้สะอาด

บางคนเข้าใจว่าบริเวณช่องคลอดนั้นเป็นบริเวณที่สกปรก ไม่สะอาด ต้องคอยสวนล้างอยู่เสมอ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะโดยปกติช่องคลอดมักจะมีน้ำที่คอยหล่อลื่นบริเวณนั้นอยู่แล้ว เพื่อลดการเสียดสี และป้องกันการติดเชื้อ ด้วยการรักษาสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีและไม่ดี การสวนล้างช่องคลอดนั้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อมากกว่าจะทำให้สะอาด เพราะไปทำลายความสมดุลในช่องคลอดนั่นเอง ดีไม่ดีจะทำให้เกิดการอักเสบตามมาอีกด้วย

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

 

4.การใช้ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น จะทำลายแบคทีเรียชนิดดี

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลจุดซ่อนเร้นนั้นจะไปทำลายแบคทีเรียชนิดดีในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดเสียสมดุล และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะผิดเสียทีเดียว ตราบใดที่เราใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลจุดซ่อนเร้นเพียงแค่ภายนอก ไม่ได้สวนล้างเข้าไปข้างใน ก็ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อแต่อย่างใดค่ะ

 

5.โกนขนจะช่วยให้สบาย ไม่อับชื้น

เป็นความเชื่อที่เปลี่ยนไปตามสมัยนิยม หลายคนคิดว่าขนตรงบริเวณจุดซ่อนเร้นนั้นดูน่าเกลียดและรกรุงรัง น่าจะกำจัดทิ้งไปเสียให้หมด จะด้วยการโกน การถอน หรือการแว๊กก็ดี และปัจจุบันยังมีมูสกำจัดขน ที่ใช้ง่ายสะดวกสบายสำหรับทุกคนอีกด้วย ทำให้การกำจัดขนตรงบริเวณนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ขนในที่ลับมีหน้าที่ของตัวมันเอง คือคอยปกป้องสิ่งสกปรกและควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ หากเราไปจัดการซะเกลี้ยง ก็จะเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย แล้วยังมีร่องรอยของบาดแผลเล็ก ๆ จากการกำจัดขนที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าอีก ซึ่งก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นกัน แต่หากรำคาญอยากจะกำจัดเสียให้ได้ ก็สามารถเล็มออกไปนิดหน่อยได้ค่ะ เพื่อความสบายตัวของคุณผู้หญิงเอง

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

จบกันไปแล้วนะคะสำหรับ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับจุดซ่อนเร้น ทีนี้คุณก็จะสามารถเข้าใจและดูแลจุดซ่อนเร้นของตัวเองได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาจุกจิกกวนใจต่อไป และสำหรับใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สำหรับจุดซ่อนเร้นอยู่ วันนี้เรามีของดีมาแนะนำกันค่ะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ JELLYS นั่นเอง โดยมีทั้งตัวที่ช่วยทำความสะอาดและบำรุงผิว ซึ่งได้แก่

 

PURE EXTRA FEMININE CLEANSER เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดน้องสาวของคุณอย่างอ่อนโยน ซึ่งมีส่วนประกอบของวิตามินอี สารสกัดจากหญ้ารีแพร์ ลูกพลับ ว่านหางจระเข้ ดอกคาโมมายล์ และสารสกัดจากธรรมชาติตัวอื่น ๆ ที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยดูแลบริเวณจุดซ่อนเร้น ปกป้องยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ทางผิวหนังแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เพราะปราศจากสี แอลกอฮอล์ และพาราเบน

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

 

PURE SECRET SERUM เป็นผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้นช่วยบำรุงผิวพรรณบริเวณจุดซ่อนเร้นให้ขาวกระจ่างใสเปล่งปลั่งขึ้น คืนความเต่งตึงให้ผิวเนียนกระชับ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอี สารสกัดจากโสมและสารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีการผสมสี แอลกอฮอล์ และพาราเบน จึงไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

ผลิตภัณฑ์จุดซ่อนเร้น

ได้ทั้งความรู้และข้อมูลของผลิตภัณฑ์ดี ๆ กันไปแล้วนะคะ ทีนี้เราก็ไม่ต้องกังวลปัญหาของน้องสาวมีกลิ่นอับ ไม่ฟิตกระชับอีกต่อไป

เป็นสิวทําไงดี

เป็นสิวทําไงดี คำถามที่มักจะเกิดขึ้นในใจ ใครหลายคน

เป็นสิวทําไงดี รักษายังไงให้หาย วันนี้มีคำตอบ

เมื่อพูดถึงปัญหาผิวพรรณเรื่องความสวยความงามที่ผู้หญิงเกือบทุกคนต้องเจออยู่เป็นประจำ และเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงเคยพบเจอกับปัญหานี้มาก่อน นั่นก็ คือปัญหา “สิว” นั่นเอง เป็นสิวทําไงดี ? คำถามที่มักจะเกิดขึ้นในใจของผู้หญิงหลายๆ คนโดย เฉพาะในหมู่วัยรุ่น ช่วงอายุที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าสิวจะไม่เป็นอันตรายที่รุนแรงมากแต่ก็สร้างความหงุดหงิดใจอีกทั้งยังทำให้เกิดรอยแผลเป็นตามผิวหนังได้ด้วย วันนี้เราจึงมีวิธีการรักษาสิวด้วยตนเองให้ผิวกลับมาสวยได้ง่ายๆ พร้อมทั้งสาระน่ารู้เกี่ยวกับสิวเอามาฝาก ถ้าอยากรู้แล้วก็ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

เป็นสิวทําไงดี

 

ปัญหาสิวเกิดขึ้นได้อย่างไร

สิว คือ การอักเสบของผิวหนังที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า หัวไหล่ หน้าอก หรือแผ่นหลัง สาเหตุของการเกิดสิวมีหลายๆ สาเหตุ อย่างเช่น เกิดจากปัจจัยภายนอก มลภาวะทางอากาศ ฝุ่น ควัน หรือแสงแดด เกิดการอุดตันจากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน ผิวหนังมีการผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณที่มากจนเกินไป ฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติหรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

 

รักษาสิวด้วยตนเอง ทำอย่างไร

 

1.รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงเพราะอาจกระตุ้นทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่าย แนะนำให้รับประทานอาหารจำพวกธัญพืช ผักและผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี สังกะสี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นผักและผลไม้บางชนิดยังมีส่วนช่วยลดอาการอักเสบของสิวได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น มันฝรั่งหวาน ผักโขม ผักใบเขียว มะเขือเทศ ถั่ว แครอท เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากร่างกายของคนเราย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้น อาหารบางประเภทจึงอาจไปกระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบหรือแพ้ขึ้นมาได้ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าอาหารประเภทใดที่เหมาะสมกับตัวเองหรืออาหารประเภทใดควรหลีกเลี่ยง

เป็นสิวทําไงดี

 

2.หลีกเลี่ยงผิวจากแสงแดด แสแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สิวมีอาการแย่ลงได้เพราะสิวบางชนิดอาจไวต่อแสงแดด จนทำให้เกิดอาการอักเสบตามมาทางที่ดีควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีสารป้องกันแสงแดดหรือครีมกันแดด แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 + ขึ้นไป เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UV ได้มากขึ้นและควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีชนิดมีฤทธิ์อ่อนๆ เพราะหากเข้มข้นมากเกินไป อาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้หรือการระคายเคืองขึ้นได้

เป็นสิวทําไงดี

 

3.หลีกเลี่ยงสัมผัสผิวหนังที่เกิดสิว เป็นสิวทําไงดี ? ส่วนใหญ่แล้วคนเป็นสิวชอบแกะเกาหรือบีบสิว ซึ่งไม่ควรทำเด็ดขาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังที่เกิดสิว โดยเฉพาะการแกะเกาหรือบีบสิวเป็นเด็ดขาดเพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้สิวมีโอกาสติดเชื้อได้และกลายเป็นสิวอักเสบนั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอการแกะเกาหรือบีบสิว ยังอาจนำมาซึ่งรอยแผลเป็นที่ผิวหนังได้เช่นเดียวกัน

เป็นสิวทําไงดี

 

4.ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ การออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นให้ความมันและเหงื่อที่สะสมอยู่ในร่างกายถูกขับออกไปทางผิวหนัง ตามรูขุมขนต่างๆ เป็นเหมือนกันขับของเสียออกจากร่างกาย จึงช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเซลล์ผิวหนังด้วย

เป็นสิวทําไงดี

 

5.ล้างหน้าให้ถูกวิธี หลายคนมักจะเข้าใจผิด คิดว่ายิ่งล้างหน้าบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งดี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ วควรล้างหน้าให้สะอาดเพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้น อาจล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ หรือน้ำอุ่น เพราะการล้างหน้าที่มากจนเกินไป อาจทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นและเกิดสิวได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ยกเว้นในกรณีที่คุณเพิ่งออกกำลังกายมาเสร็จใหม่ๆ ซึ่งควรล้างหน้าทันทีเป็นการชำระล้างคราบสกปรก หรือเหงื่อไคล เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดสิว 

เป็นสิวทําไงดี

 

6.หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง  แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่างๆ อย่างเช่น เพียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ สบู่มาร์คหน้าเพียวเฟสที่มีสารสกัดจากธรรมชาติมากถึง 7 ชนิด ฟองสบู่นุ่ม อ่อนโยน ไม่เป็นอันตรายต่อผิว สามารถทำความสะอาดผิวและล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังช่วยดูดซับสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อยู่ลึกใต้ชั้นผิว ช่วยลดการเกิดสิว และลดความมันบนใบหน้า สบู่มาร์คหน้าเพียวเฟสตัวนี้เป็นได้ทั้งสบู่และมาร์คบำรุงหน้าไปด้วยในตัว นอกจากจะช่วยลดปัญหาการเกิดสิว หรือรักษาสิวได้แล้ว ยังทำให้ผิวหน้าของคุณเรียบเนียน ดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

เป็นสิวทําไงดี

เป็นสิวทําไงดี แนะนำ สบู่มาร์คหน้าเพียวเฟสแบรนด์ Jellys ของเขาดี มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้รับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จากทีมทีมแพทย์และเภสัชกรมืออาชีพ มี อ.ย. และเลขที่จดแจ้งถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากจำหน่ายสบู่มาร์คหน้าเพียวเฟสแล้ว ยังมีครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน ชนิดผง โลชั่นบำรุงผิวกาย ครีมบำรุงจุดซ่อนเร้น หรือเซรั่มต่างๆ อีกมากมาย

ทํายังไงให้สิวหาย

หน้าใสไร้สิว ใครว่ายาก กับเคล็ดลับกำจัดสิว ทํายังไงให้สิวหาย

ทํายังไงให้สิวหาย วันนี้เราจะนำเคล็ดลับกำจัดสิวมาฝาก

สาวๆ เบื่อไหมคะ ทุกครั้งที่เป็นสิวทีไร ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ไหนจะต้องมาเสียเวลาแต่งหน้านานๆเพื่อปกปิดสิวเจ้ากรรม ยิ่งหน้าสด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ปัญหาสิว ใครๆ ก็สามารถพบเจอได้ ยิ่งช่วงวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงานเป็นช่วงที่ฮอร์โมนกำลังว้าวุ่น มีโอกาสเกิดสิวได้ง่ายมาก นอกจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า สาวๆ หลายคนจึงเกิดคำถามว่า ทํายังไงให้สิวหาย เอาล่ะ วันนี้เราจะนำเคล็ดลับกำจัดสิวมาฝาก เปลี่ยนหน้าสิวให้เป็นหน้าใสได้ง่ายๆ ถ้าอยากรู้แล้วก็ตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

 

1.ใช้ยาทาหรือเจลแต้มสิว

ทํายังไงให้สิวหาย

เมื่อเป็นสิวบนใบหน้า อันดับแรกเลยคือห้ามไปบีบ แกะ หรือเกาเด็ดขาดเพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้ นอกจากนั้นยังเสี่ยงที่เชื้อโรค แบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกต่างๆ จากมือเราจะแพร่กระจายเข้าสู่ผิวหน้าได้ด้วย วิธีการกำจัดสิวให้อยู่หมัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ก็คือ การใช้ยาทาสิวหรือเจลแต้มสิว โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาทั่วไป เช่น ยาทาในกลุ่มกรดวิตามินเอ หรือยาทาเบนซิลเปอร์ออกไซด์ ตัวยาเหล่านี้ช่วยเร่งให้สิวหลุดออกได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพื่อป้องกันการเกิดสิวซ้ำ อย่างไรก็ตาม ตัวยาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น อาการคัน หรือการระคายเคือง หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ ขึ้น หลังจากใช้ยาทาหรือเจลแต้มสิว ให้หยุดใช้ทันทีและควรไปพบแพทย์ด้านผิวหนังโดยเฉพาะ

 

2.ทานยารักษาสิว

ทํายังไงให้สิวหาย

ทํายังไงให้สิวหาย นอกจากการทายาหรือใช้เจลแต้มสิวแล้ว การทานยารักษาสิวโดยเฉพาะก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ในกรณีที่สิวของคุณอักเสบหรือเป็นสิวเยอะมากกว่าปกติ เกิดสิวรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวด บางคนถึงขั้นที่ว่าไม่สบายมีไข้ขึ้น ตัวร้อน แนะนำให้กินยารักษาสิว โดยยากินรักษาสิวมีหลายแบบ เช่น ไอโซเตรติโนอิน ใช้กับผู้ป่าวยที่มีภาวะเป็นสิวรุนแรง ยาต้านฮอร์โมนเพศชาย ช่วยลดการสะสมของฮอร์โมนเพศชาย ผลข้างเคียงอาจทำให้มีอาการปวดเต้านม หรือปวดประจำเดือนมาก และยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม เป็นต้น เช่นเดียวกัน การรับประทานยารักษาสิว อาจส่งผลทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายตามมา ดังนั้น การรับประทานยาใดๆ ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง

 

3.ฉายแสงรักษาสิว

ทํายังไงให้สิวหาย

ฉายแสงรักษาสิว (Photodynamic Therapy) เป็นอีกหนึ่งวิธีในการกำจัดสิว ด้วยกระบวนการฉายแสงเพื่อทำลายเชื้อโรคและแบคทีเรียในรูขุมขน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว การกำจัดสิวด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนที่เป็นสิวชนิดรุนแรง หรือสิวเกิดการดื้อยา รักษาอย่างไรก็ไม่หายสักที โดยแสงที่ว่านี้ มีควาวยาวคลื่นแสงคล้ายกันกับแสงอัลตราไวโอเลตและแสงสีฟ้า เมื่อเซลล์ผิวที่มีการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้รับพลังานสูง เชื้อต่างๆ จะตายหรือถูกทำลายไปทันที ผลดีที่ได้มาอีกอย่างคือความมันบนใบหน้าลดลงและหายไปพร้อมๆ กับสิว อย่างไรก็ตาม การฉายแสงรักษาสิว อาจมีผลข้างเคียงทำให้รู้สึกเจ็บหรือแสบที่ผิวหนัง มีรอยแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังในบริเวณที่ฉายแสงจะอ่อนแอหรือไวต่อแสงได้

 

4.กดสิวบำบัด

ทํายังไงให้สิวหาย

สำหรับสาวๆ ที่ชอบเป็นสิวอุดตัน การกำจัดสิวอุดตันด้วยการกดสิวบำบัดผิวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นอกจากจะกำจัดสิวอุดตันได้แล้ว ยังสามารถใช้ได้กับสิวหัวขาวและสิวหัวดำได้ด้วย การบำบัดผิวด้วยวิธีนี้แนะนำให้ใช้ในกรณีที่ทานยารักษาสิวหัวขาวและสิวหัวดำแล้ว สิวยังไม่หายไป โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือบีบสิว เพื่อให้สิวหลุดออกมา ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ อาจเกิดรอยแผลเป็นได้ง่าย

 

5.กำจัดที่ต้นตอของสาเหตุ

สาเหตุหลักของการเกิดสิว คือ ใบหน้าที่มันเยิ้ม ปัญหาหน้ามันเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงยากมาก และเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะเรื่องสภาพอากาศ หลายคนก็พอจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศในประเทศไทยของเรานั้นร้อนมาก ถึงมากที่สุด ส่งผลให้หน้ามันง่าย แต่บางคนก็มีปัญหาหน้ามันจากพันธุรกรรมหรือความผิดปกติของร่างกาย แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม หน้ามันย่อมส่งผลให้เกิดสิวตามมาแน่นอน วิธีลดความมันบนใบหน้ามีหลายวิธี เช่น ใช้กระดาษซับหน้ามันระหว่างวัน ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน หรือล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ รวมไปถึงการล้างหน้าให้ถูกวิธีด้วย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหน้ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ที่เหมาะสม เพื่อลดความันและลดการเกิดสิว ก็ช่วยได้เช่นกัน ทํายังไงให้สิวหาย ขอแนะนำ เพรียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ

ทํายังไงให้สิวหาย

สบู่มาส์กหน้าเพียวเฟส มาพร้อมสารสกัดจากธรรมชาติมากถึง 7 ชนิด ช่วยทำความสะอาดผิวและบำรุง ฟื้นฟูผิวในหนึ่งเดียว ฟองนุ่ม วิปโฟมเนื้อแน่น อ่อนโยนต่อผิว ช่วยล้างเครื่องสำอาง กำจัดสิ่งสกปก เชื้อโรคและแบคทีเรีย ดูดซับความมันบนใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม บอกลาปัญหาสิวไปได้เลย สาวๆ คนไหนที่อยากหน้าใส ไร้สิว เพรียว เฟส มาส์ก พาวเวอร์ โซฟ ช่วยได้ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ตัวนี้ราคาไม่แพง ไม่เชื่อเราท้าให้คุณพิสูจน์ แล้วคุณจะพบกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม