ครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว

โปรดระวัง ครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว อาจทำให้เสี่ยงตายโดยไม่รู้ตัว

ครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว ที่มีผสมสารพวกนี้มากเกินไป ถือว่าอันตรายมาก

อาจกล่าวได้ว่าความขาวกระจ่างใสของผิวพรรณ เป็นตัวแทนของความสวยความงามของสาว ๆ รวมถึงหนุ่ม ๆ ในแถบเอเชีย ทำให้เครื่องสำอางกลุ่มไวท์เทนนิ่ง (Whitening) หรือครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว ขายดีกันเป็นเทน้ำเทท่า แต่เราจะรู้กันหรือไม่ว่า ครีมผิวขาวที่ไม่มีมาตรฐานบางตัว อาจใส่สารอันตรายที่อาจทำให้ชีวิตพังโดยไม่รู้ตัว

ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)

ไฮโดรควิโนนเป็นสารที่ทำให้ผิวขาวได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูง แต่มีอันตรายมาก ในหลาย ๆ ประเทศการใช้ไฮโดรควิโนนในความเข้มข้นไม่เกิน 2% ยังถือว่ายอมรับได้ แต่อาจต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอผิวหนังอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าความเข้มข้นมากกว่า 4% ขึ้นไป ก็จะทำให้เกิดอันตรายต่อผิวและร่างกายอย่างถาวร

สารสเตียรอยด์ (steroids)

สารสเตียรอยด์จะออกฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังหดตัวและบางลง เลือดจึงไหลเวียนไปที่ผิวหนังลดลง เราจึงเห็นผิวหนังของคนที่ใช้ครีมที่มีสเตียรอยด์จะเป็นแบบขาวซีดจนเห็นเส้นเลือด ถ้าใช้ไปนาน ๆ จะทำให้ผิวบาง ผิวหนังอักเสบ เกิดสิวสเตียรอยด์ ความดันเลือดผิดปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลง ปวดศีรษะ เป็นโรคซึมเศร้า และถ้าครีมถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมาก ๆ ตัวสเตียรอยด์จะเข้าไปกดการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อได้

ครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว

 

สารปรอท (Mercury)

สารปรอทเป็นโลหะหนักที่มีพิษมาก มักใส่มาในครีมที่ใช้แล้วหน้าขาวที่เห็นผลได้เร็วในไม่กี่วัน ครีมที่มีสารปรอทมักจะมีราคาถูกเกินความสมเหตุสมผล สารปรอทสามารถถูกดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้ เมื่อได้รับไปนาน ๆ จะทำให้ไตของเราทำงานผิดปกติ ทำให้ไตวาย ระบบประสาทถูกทำลาย และถึงแก่ชีวิตในที่สุด

ไดอ็อกเซน (Dioxane)

ถึงแม้ว่าไดอ็อกเซนจะไม่ได้เป็นสารที่ทำให้ผิวขาว แต่ไดอ็อกเซนเป็นสารที่ใช้ในกระบวนการผลิตครีมและโลชั่น มีฤทธิ์ก่อมะเร็ง ถ้าสารนี้ปนเปื้อนอยู่ในครีม ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ได้ในระยะยาว

อาการหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย ที่ต้องหมั่นสังเกตหลังใช้ครีมที่ทำให้ผิวขาว และถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรหยุดใช้ทันที

  • ผื่นแดง คัน ลมพิษ
  • ผิวเปลี่ยนสีเข้มข้น หรือเกิดรอยด่างที่ผิว
  • ผิวบางจนเห็นเส้นเลือด
  • ผิวแพ้แสงอย่างมาก โดนแดดแล้วแสบผิว คัน
  • ผิวแตก แห้ง จนรู้สึกแสบ
  • ปวดศีรษะ รู้สึกชาปลายประสาท
  • น้ำหนักขึ้น ตัวบวมน้ำ

ครีมที่ใช้แล้วหน้าขาว

สุดท้ายเพื่อความปลอดภัย โปรดระลึกไว้เสมอว่าครีมหน้าขาวบางตัวอาจผสมสารที่มีอันตราย การเลือกซื้อทุกครั้งควรเลือกดูผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนเรียบร้อย ระบุส่วนประกอบครบถ้วน หรือถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุด ก็ควรเลือกครีมที่ใช้แล้วหน้าขาวที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ มีรีวิวมากมาย

หน้าใสทำไง

หน้าใสทำไง นี่เลย 5 สุดยอดเคล็ดลับการดูแลผิวฉบับสาวเกาหลี

หน้าใสทำไง เหมือนกับสาวๆเกาหลี อยากรู้แล้วใช่ไหมละ ไปดูกันเลย

หน้าใสทำไง อาจเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ก็ตอบยากเหมือนกัน เพราะแต่ละคนมีปัจจัยเรื่องผิวที่แตกต่างกัน วิธีดูแลผิวของแต่ละคนก็อาจต่างกันได้ แต่ถ้าเป็นวิธีหน้าใสแบบสาวเกาหลี เรารวบรวมมาให้แล้ว อยากให้ทุกคนลองเอาไปปรับใช้กันนะ

อบผิวด้วยไอน้ำเป็นประจำ

การอบผิวด้วยไอน้ำจะช่วยทำให้รูขุมขนเปิด ทำให้ละอองน้ำอุ่น ๆ เข้าไปชำระล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ผิวซ่อมแซมได้เร็วขึ้น และระหว่างการอบไอน้ำ อาจใช้นิ้วมือแตะนวดเบา ๆ ก็จะช่วยผ่อนคลายผิวได้มากขึ้น สุดท้ายก็อย่าลืมปิดรูขุมขนด้วยการชโลมน้ำเย็น แค่นี้ผิวก็เรียบเนียนแล้ว

หน้าใสทำไง

 

ดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวด้วยมาส์กชาโคล

มาส์กชาโคล (Charcoal Mask) เป็นมาส์กหน้าที่มีรูพรุนเล็ก ๆ อยู่จำนวนมาก มีคุณสมบัติช่วยดูดซับน้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกบนผิวหน้า หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง หลังการมาส์กหน้า ถ้ารู้สึกว่าผิวแห้งเกินไป ก็อย่าลืมใช้ครีมบำรุง เพื่อผิวที่กระจ่างใสยิ่งขึ้น

หน้าใสทำไง

 

Essence เคล็ดลับหน้าใสของคนเกาหลี

เอสเซนส์ (Essence) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “น้ำตบ” เป็นเครื่องประทินผิว ที่แทบจะเป็นเอกลักษณ์แห่งการดูแลผิวฉบับเกาหลี ซึ่งเอสเซนส์ก็จะมีความคล้ายกับเซรั่ม (Serum) เพียงแต่เนื้อครีมจะมีความเบามากกว่า เข้มข้นน้อยกว่า มักใช้หลังโทนเนอร์ (Toner) และเมื่อทาเอสเซนส์เสร็จแล้ว ก็อาจจะบำรุงเพิ่มเติมด้วยเซรั่มอีกก็ได้ รู้งี้แล้วก็อย่าลืมหาน้ำตบเกาหลีมาดูแลผิวกันนะ

หน้าใสทำไง

 

ดื่มชาข้าวบาร์เลย์เป็นประจำ

หลายครั้งที่เราถามคนเกาหลีว่าหน้าใสทำไง บางคนอาจตอบกลับมาว่า ให้ดื่มชาจากข้าวบาร์เลย์เป็นประจำ อย่าเพิ่งงงกันหล่ะ เพราะชาข้าวบาร์เลย์มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยทำให้ผิวใสขึ้น และการดื่มชาร้อน ๆ ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในร่างกาย มิน่าสาวเกาหลีถึงมีผิวใสอมชมพู

หน้าใสทำไง

 

ขัดผิวด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ที่แช่ในน้ำอุ่น

เคล็ดลับนี้ก็คล้าย ๆ กับการนวดหน้าในขณะที่อบผิวด้วยไอน้ำ เพียงแต่ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ สะอาด ๆ มาแช่ในน้ำร้อนพอประมาณ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำมาขัดผิวหน้าเบา ๆ ผ้าขนหนูจะช่วยขัดผิวหน้า ช่วยสครับผิว กำจัดขี้ไคลหรือชั้นผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นการสร้างชั้นผิวใหม่ อีกทั้งการขัดนวดยังเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้ด้วย

หน้าใสทำไง

ไม่น่าเชื่อว่าการดูแลผิวง่าย ๆ ในข้างต้น จะเป็นเคล็ดลับผิวสวยของสาวเกาหลี ต่อไปนี้ถ้าใครมาถามว่าหน้าใสทำไง อยากมีผิวสวยเหมือนคนเกาหลีทำไง ก็แชร์บทความนี้ให้เค้าอ่านได้เลย

หน้าใสทำไง

อยากหน้าใสทำไง บอกเทคนิคการบำรุงอย่างไรให้หน้าใส

หน้าใสทำไง อยากรู้คำตอบแล้วล่ะสิ ไปดูพร้อมกันเลย

หน้าใส คำนี้ใครๆ ก็อยากจะได้ยินจากคนรอบข้าง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกชมด้วย คำนี้ และถ้าหากคูณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาเทคนิคที่จะตอบโจทย์ของคำถาม หน้าใสทำไง เราก็ได้หาเทคนิคจากบรรดาไอดอลเกาหลีมาฝาก รับรองได้เลยว่าหากทำตาม หน้าใสแน่นอน

ทาครีมกันแดดทุกวัน แม้ไม่ออกจากบ้าน

หลายคนชอบคิดว่า รังสียูวีจากแสงแดดเท่านั้นที่จะทำร้ายผิวของเราได้ แต่ความจริงคือ แม้กระทั่งแสงไฟตามบ้าน และสำนักงาน ก็ทำร้ายผิวของเราได้ไม่ต่างกัน ดังนั้น ขั้นแรกของการแก้ปัญหาก็คือ คุณต้องฝึกตัวเองให้มีนิสัยในการทาครีมกันแดดเป็นประจำ และควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับประเภทของกิจกรรม และความรุนแรงของแสงแดที่จะไปเจอด้วย ที่สำคัญ คือ ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 3-6 ชั่วโมง ตามแต่ความแรงของแดด และปริมาณของเหงื่อที่ออกมา

หน้าใสทำไง

ล้างเครื่องสำอางก่อนล้างหน้าเสมอ

การล้างหน้าเลย อาจจะทำให้คุณรู้สึกว่าสะดวก แต่มันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณใช้ครีมกันแดด และเครื่องสำอางเป็นประจำ เราอยากจะแนะนำว่าให้คุณยอมเสียเวลาเพิ่มเล็กน้อยในการล้างเครื่องสำอาง โดยการใช้โทนเนอร์ หรือคลีนเซอร์ ในการชำระเครื่องสำอางออกจากผิวก่อนแล้วจึงทำการล้างหน้าตามปกติ

ล้างหน้าทุกวันก่อนนอน

มีไอดอลเกาหลีหลายคนยอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยอาบน้ำก่อนนอน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาพูดตรงกัน ก็คือ พวกเขาจะล้างหน้าก่อนนอนเสมอ ดังนั้น หากคุณกำลังสงสัยว่าหน้าใสทำไง อยู่ล่ะก็ เราอยากจะให้คุณล้างหน้าเสมอ ทุกคืน เพราะในระหว่างวันผิวหน้าของเราต้องเจอกับมลภาวะมากมาย จนอาจจะทำให้เกิดสิว และสิ่งสกปรกหมักหมมได้ และการล้างหน้าให้เป็นนิสัย จะช่วยให้คุณสามารถบำรุงผิวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

หน้าใสทำไง

 

ใช้มาร์กหน้าสำหรับกลางคืน เป็นประจำ

การมาร์กหน้าเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวพรรณของคุณได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการทาครีมบำรุงผิวเฉยๆ และสำหรับคุณที่กำลังต้องการที่จะมองหาวิธีการทำให้หน้าใส นี่เป็นคำตอบ และเคล็ดลับที่คุณอาจจะไม่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใกล้วันสำคัญ สาวๆ เกาหลีมักจะมาร์กหน้าติดกัน เป็นสัปดาห์ เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการแต่งหน้า และให้ผิวที่สวยเป็นธรรมชาติ ชนิดที่ว่าโชว์หน้าสดก็ไม่อาย

หน้าใสทำไง

นี่เป็นเพียงเคล็ดลับง่ายๆ ที่เราอยากจะนำมาฝากสำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าหนุ่มสาวเกาหลีนั้นทำไมถึงหน้าใส และเคล็ดลับหน้าใสทำไงของพวกเขาคืออะไร นี่คือคำตอบที่คุณสามารถทำตามได้ง่ายๆ และหากทำเป็นประจำ รับรองว่าไม่เกิน 3 เดือน คุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้า จะรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้ลุกลาม

หน้าเป็นฝ้า สิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกลับตัวเอง

ฝ้า คำนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงวัยไหน ย่อมไม่อยากเจอ เพราะนอกจากจะเห็นได้ชัด และหลายๆ ครั้งการแต่งหน้าก็เอาไว้อยู่แล้ว ฝ้า ก็ยังเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยาก แต่พร้อมที่จะกลับมาอยู่บนหน้าเราได้เสมอ และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประสบภัยผิว หน้าเป็นฝ้า อยู่ล่ะก็เรามีสาระหน้ารู้เกี่ยวกับปัญหาผิว ประเภทนี้มาฝาก

ฝ้า เกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุของการเป็นฝ้า นั้นมีอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความผิดปกติของฮอร์โมน การตากแดดมากเกินไป แบบสะสม และที่สำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องของอายุ และความเสี่ยงของเซลล์ผิว เมื่ออ่านถึงตรงนี้แล้ว เราจะพบว่ามีสาเหตุมากมายที่ทำให้เกิดฝ้า ขึ้นบนผิวหน้าของเรา บางชนิด สามารถรักษาให้หายได้ แต่หน้าเป็นฝ้บางประเภทเราทำได้เพียงแค่ทำให้มันจางลงเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายได้

หน้าเป็นฝ้า

 

ฝ้าอาจจะเป็นมะเร็งผิวได้หรือไม่

คำตอบคือ มีแนวโน้นที่จะเป็นมะเร็งผิวหนัง และไม่เป็น ขึ้นอยู่กับประเภทของฝ้าที่เกิดขึ้น ดังนั้น ทางเดียวที่เราจะรู้ก็ คือ การไปพบ และปรึกษาแพทย์ผิวหนังอย่างจริงจัง เมื่อพบว่าฝ้าบนผิวหน้ามีความผิดปกติ เช่น มีการขยายอาณาเขตที่เร็วเกินไป มีความรู้สึก เจ็บ แสบ คัน บริเวณที่เป็นฝ้า หรือพบว่ามีน้ำหนอง และเลือดไหลออกมาจากบริเวณดังกล่าว เพื่อที่แพทย์จะได้ทำการวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป

 

ฝ้ารักษาได้อย่างไร

เมื่อหน้าเป็นฝ้า อย่างแรกที่หลายคนคิดถึง ก็คือ จะทำอย่างไรให้รอยดำ หรือรอยแดงที่หน้านั้นหายไป ซึ่งการรักษาฝ้านั้น สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

ใช้ธรรมชาติรักษา สำหรับสมุนไพรที่ช่วยให้ผิวหน้าของเรากระจ่างใสได้ในเวลาไม่นานนั้น มีอยู่อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มันฝรั่ง มะเขือเทศ สับปะรด หอมแดง มะนาว และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก่อนที่จะนำเอาสมุนไพรเหล่านั้น มาขัด หรือพอกหน้า คุณอาจจะต้องทดสอบอาการแพ้ก่อน เพราะหากเกิดอาการแพ้ ทีนี้นอกจากฝ้า แล้ว ยังอาจจะต้องเจอกับภาวะผิวหน้าพัง จนรักษายากเกินไปอีก

การใช้ยา และพบแพทย์ผิวหนัง ในรายที่ หน้าเป็นฝ้า ที่เกิดจากฮอร์โมน หากไปพบแพทย์ อาจจะต้องมีการใช้ยาเพื่อปรับฮอร์โมน ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีอย่างการทำเลเซอร์ การเร่งผลัดเซลล์ผิว เพื่อให้ผิวของเราสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมา

ใช้ครีม และเครื่องสำอาง นอกจากการแต่งหน้า เพื่อปกปิดรอยดำบนผิวแล้ว คุณอาจจะต้องมองหาสกินแคร์ที่มีความเหมาะสมในการช่วยรักษาจุดด่างดำบนผิวหน้า และช่วยให้ผิวหน้ากลับมากระจ่างใส ซึ่งวิธีการนี้อาจจะนานกว่า การจัดการกับฝ้าบนหน้าด้วยวิธีการอื่น แต่ก็เป็นวิธีการที่ถือว่าราคาถูกมากที่สุดเช่นเดียวกัน

หน้าเป็นฝ้า

การดูแลผิวไม่ให้หน้าเป็นฝ้านั้นดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีกว่า เพราะการรักษาตามหลังนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังอาจจะทำให้คุณต้องเสียเงินจำนวนมากอีกด้วย รู้แบบนี้แล้ว ควรทาครีมกันแดด และสกินแคร์ที่ป้องกันการเกิดฝ้าเป็นประจำ เพื่อรักษาผิวหน้าสวยๆ ใสๆ ไร้ริ้วรอย ให้อยู่กับคุณได้นานๆ

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้ามาดูกันว่าเกิดจากอะไร และจะแก้ฝ้าได้อย่างไรบ้าง

อย่าเพิ่งถอดใจ หน้าเป็นฝ้า แก้ไขได้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ปัญหาหน้าเป็นฝ้ามักจะเกิดขึ้นเมื่อตัวเลขอายุค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หลายคนถอดใจกับการแก้ปัญหาฝ้า เพราะการรักษาฝ้าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งฝ้าเป็นความผิดปกติของผิวหนัง ที่มีการสร้างเม็ดสีผิวมากเกินไป (Hyperpigmentation)ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ทำให้ผิวหน้าบริเวณนั้น เป็นปื้นสีน้ำตาลหรืออาจเป็นปื้นสีเทาก็ได้ ฝ้ามักเกิดขึ้นบนผิวหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก แก้ม สันจมูก รวมถึงผิวหนังเหนือริมฝีปากด้านบนนอกเหนือจากผิวหน้าแล้ว ฝ้าอาจเกิดขึ้นที่ผิวหนังส่วนอื่นก็ได้ เช่น บริเวณท้องแขน คอ หรือบริเวณไหล่ ฝ้ามักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีสีผิวคล้ำหรือกำลังตั้งครรภ์

หน้าเป็นฝ้า

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า

ถึงแม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของฝ้านั้น อาจยังไม่สามารถสรุปได้แน่นอน แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของเม็ดสีผิวได้ เช่น การโดนแสงแดดเป็นระยะเวลานาน การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะในคนที่กำลังตั้งครรภ์ การใช้ยาคุมกำเนิด การรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน หรือแม้แต่การใช้เครื่องสำอางที่ก่อความระคายเคืองให้กับผิว

 

รักษาฝ้าด้วยยา

หน้าเป็นฝ้าสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยารักษาฝ้า ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายขนาน การเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ก็ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเราเอง

  • ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ถึงแม้ว่าจะเป็นสารอันตราย แต่ถ้าการใช้ยาอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ก็สามารถวางใจได้ ไฮโดรควิโนนจะยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเป็นการยับยั้งที่ต้นเหตุของฝ้า มีประสิทธิภาพดี และเห็นผลเร็ว
  • กรดวิตามินเอ (Retinols) เช่น เทรติโนอิน (Tretinoin) ความเข้มข้น 0.025 – 0.1% หรืออาดาพาลีน (Adapalene) 0.1 – 0.3% ตัวยากลุ่มนี้ จะช่วยให้ผิวผลัดเปลี่ยนได้เร็วขึ้น ทำให้ฝ้าค่อย ๆ จางหายไป
  • สารสเตียรอยด์ (Steroids) แพทย์บางท่านอาจใช้ครีมที่มีตัวยาสเตียรอยด์เพื่อใช้รักษาฝ้า เพื่อประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แพทย์อาจใช้สเตียรอยด์ร่วมกับกรดวิตามินเอและไฮโดรควิโนน
  • ยาทรานเนซามิกแอซิด (Tranexamic acid) ถึงแม้ว่าผลที่ได้ในการรักษาฝ้าอาจยังไม่แน่นอน แต่ก็เป็นตัวยารักษาฝ้าที่นิยมใช้กัน อาจใช้เป็นยาเดี่ยวหรืออาจใช้ร่วมกับการทำเลเซอร์ก็ได้ ตัวยามีทั้งรูปแบบยากิน ยาฉีด และยาทาภายนอก
  • ยาทาภายนอกอื่น ๆ รวมถึงเครื่องสำอางที่ช่วยทำให้ฝ้าค่อย ๆ จางหายไป เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของกรดโกจิก (Kojic acid) อาร์บูติน (Arbutin) หรือกรดผลไม้ (AHA) เป็นต้น

แต่ในกรณีที่ปัญหาฝ้ารุนแรงมาก แพทย์อาจใช้การหัตการ เช่น การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peel) การทำเลเซอร์ (Laser treatment) การทำ Dermabrasion หรือ Microdermabrasion จะทำวิธีใดก็ขึ้นกับลักษณะฝ้าที่เป็นและการตัดสินใจของแพทย์ร่วมกับผู้ป่วย

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้าถึงแม้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกาย แต่หลายคนก็รู้สึกเจ็บปวดทางใจ การแก้ปัญหาฝ้าสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการใช้ยาทาภายนอก การใช้ยากิน หรือการใช้หัตการโดยแพทย์ วิธีไหนจะเหมาะสมกับเรานั้น ก็ควรให้แพทย์ผิวหนังเป็นคนพิจารณาให้

สบู่ใช้แล้วขาว

เลือกสบู่ใช้แล้วขาวอย่างไร ให้ขาวจริง ไม่หลอกลวง

สบู่ใช้แล้วขาว ที่ได้แล้วเห็นผลความมีส่วนผสมจากอะไรบ้าง

นอกจากครีมบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใสแล้ว ใครที่อยากขาวก็คงจะมองหาสบู่ใช้แล้วขาวกันอยู่แน่ ๆ แต่เอ๊ะ แล้วเราจะเลือกอย่างไร ให้ใช้แล้วขาวจริงการเลือกสบู่ให้ตรงกับความต้องการของเรานั้น เราต้องมาดูที่ส่วนประกอบสำคัญ ของสบู่ก้อนนั้น ๆ ว่ามีสารสำคัญที่ทำให้ผิวขาวขึ้นได้หรือเปล่าสบู่ที่ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสหลายยี่ห้อ มักจะผสมสารสกัดจากมะละกอ ซึ่งตัวสารสกัดจะมีเอนไซม์ที่เรียกว่าปาเปน (Papain enzyme) ที่สามารถพบได้ในส่วนเปลือก ตัวเอนไซม์นี้จะช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนกว่าวัย นอกจากนี้เอนไซม์ปาเปน ยังช่วยลอกเซลล์ผิวเก่าออก ทำให้ผิวดูกระจ่างใสได้เร็วมากขึ้น

สบู่ใช้แล้วขาว

กลูต้าไธโอน (Glutathione) เป็นอีกส่วนผสม ที่สบู่หรือเครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาวมักจะใส่ลงไปด้วย กลูต้าไธโอนจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทรโรซีเนส (Tyrosinase) ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง การใช้สบู่ที่มีกลูต้าไธโอน จะทำให้ผิวค่อย ๆ ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ขาวในทันที

อาร์บูติน (Arbutin) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งที่ต้นเหตุของความหมองคล้ำ โดยยับยั้งที่เอนไซม์ไทโรซีนเนส ทำให้เม็ดสีผิวเมลานินค่อย ๆ ลดลง ถือว่าเป็นสารที่ช่วยให้ผิวขาวที่มีความปลอดภัยมากที่สุดตัวหนึ่ง ได้มาจากการสกัดผลไม้หลาย ๆ ชนิด เช่น มัลเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ หรือลูกแพร์ และที่สำคัญหลาย ๆ คนที่ได้ลองสบู่ใช้แล้วขาวที่มีสารอาร์บูติน ต่างบอกว่าเห็นผลกระจ่างใสได้อย่างรวดเร็ว และไม่ทำให้ผิวบาง

กรดโกจิก (Kojic acid) ได้มาจากสิ่งมีชีวิตจำพวกเห็ดรา มีสรรพคุณช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวค่อย ๆ ขาวขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ในเครื่องสำอางมักจะใส่กรดโกจิกในความเข้มข้น 1 – 4% ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัย อีกทั้งกรดโกจิก ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย ป้องกันผิวจากแสงแดดและรังสียูวี และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจเป็นสาเหตุของสิว

สบู่ใช้แล้วขาว

นอกจากสารข้างต้นแล้ว วิตามินซี (Vitamin C) สารสกัดจากรากชะเอมเทศ (Licorice root extract) หรือกรดไกลโคลิก (Glycolic acid) ก็มีส่วนช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใสได้เช่นกัน  ถึงแม้ว่าการมองหาสบู่ใช้แล้วขาวจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผิวพรรณของเรากระจ่างใสได้อย่างรวดเร็ว แต่การปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดดหรือจากหลอดไฟ ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA ที่เหมาะสม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวของเราหมองคล้ำมากขึ้น และทำให้เห็นผลจากสบู่ผิวขาวได้มากขึ้นนั่นเอง

 

สบู่ใช้แล้วขาว

สบู่ใช้แล้วขาว ใช้อย่างไรให้ขาวใส เห็นผลภายใน 1 เดือน

สบู่ใช้แล้วขาว ควรจะใช้อย่างไร เพื่อให้ผิวใสวิ้ง ได้ในเวลารวดเร็วที่สุด

ผิวขาว ถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ต้องการ ถึงแม้ว่าอากาศเมืองไทย จะไม่เอื้ออำนวยก็ตามที แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความต้องการที่จะขาวของสาวๆ ลดน้อยลง รวมไปถึงบรรดาผู้ผลิตสกินแคร์ต่างๆ ก็ได้เสาะแสวงหาเทคโนโลยีต่างๆ มาเพื่อช่วยเร่งให้ผิวของคุณขาวเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สบู่ใช้แล้วขาว ที่ต้องบอกว่านอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องของความขาวแล้ว เรื่องของราคา ก็สบายกระเป๋าอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คุณจะมีผิวที่ขาวขึ้นหรือไม่ เรื่องของการดูแลผิว เป็นประจำ ก็ถือว่าจำเป็น ซึ่งในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณมาดูว่า เมื่อมีสบู่บำรุงผิวขาวแล้ว จะทำอย่างไรให้ผิวของเราขาวขึ้นได้ จริงๆ ดังนี้

ถูสบู่อย่างน้อย 3-5 นาที

สำหรับคนที่เวลาน้อย แต่ต้องการสบู่ขัดผิวขาว คุณอาจจะต้องเผื่อเวลาสำหรับการอาบน้ำซักเล็กน้อย เนื่องจากการถูตัวแบบผ่านๆ นอกจากไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกสะอาดขึ้นแล้ว ยังส่งผลในเรื่องของความขาวได้ด้วย เพราะฉะนั้น บรรดาสบู่ตัวขาวส่วนใหญ่ ถึงได้มีระบุไว้ในการใช้งานว่า ให้คุณถู และพอกสบู่ไว้ที่ผิวอย่างน้อย 5-15 นาที เพื่อให้สารอาหารผิว ซึมเข้าสู่ร่างกาย และเพื่อให้ผิวของคุณสามารถผลัดเซลล์ได้อย่างอ่อนโยน

สบู่ใช้แล้วขาว

ควรใช้สบู่ร่วมกับใยขัดผิว

ไม่ว่าจะเป็นใยขัดผิวจากธรรมชาติ อย่างใยบวบ หรือใยขัดผิวที่เป็นสิ่งสังเคราะห์ เพราะการอาบน้ำด้วยสบู่ใช้แล้วขาว เพียงอย่างเดียว แรงขัดของมือคุณไม่เพียงพอที่จะทำให้สิ่งสกปรก และเซลล์ผิวเก่าหลุดออกไปได้ จำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยอย่างใยขัดผิว ช่วยขัดเอาเซลล์ที่ตายแล้วออกมา ที่สำคัญ คือ หากใช้ใยขัดผิว คุณจะประหยัดสบู่ได้มากขึ้น เนื่องจากตัวใยจะทำให้เกิดฟองที่มากกว่า ทำให้ทำความสะอาดผิวได้อย่างทั่วถึงมากกว่านั่นเอง

สบู่ใช้แล้วขาว

อย่าลืมใช้สครับขัดผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้ง

ถึงแม้ว่าจะมีสบู่ขัดผิวขาว แต่ผิวหนังของคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นพิเศษด้วยการใช้ครับในการขัดเสมอ ดังนั้น หากไม่อยากให้ผิวหมอง การขัดผิวด้วยครับ อย่างน้อย สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ถือว่าเพียงพอ ที่จะทำให้ผิวของเราผลัดเซลล์อย่างอ่อนโยน และเผยผิวใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ

สบู่ใช้แล้วขาว

และที่สำคัญ คือ หลังการอาบน้ำด้วยสบู่ใช้แล้วขาว ควรทาโลชั่น หรือมอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์ ทุกครั้ง เพื่อคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว เพียงแค่นี้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน คุณก็จะได้ผิวที่ทั้งขาวกระจ่างใส และมีสัมผัสที่นุ่มนวลตามมาอย่างไม่ยากนัก แต่สำคัญที่สุดก็คือ คุณจำเป็นที่จะต้องมีวินัยในการดูแลผิวด้วยเหมือนกัน เพราะผิวสวย ไม่สามารถสร้างได้ในวันเดียว

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด ที่สาวๆ เห็นแล้วอยากใช้ ต้องมีส่วนผสมของสารอะไรบ้าง

ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสำรวจตลาดเครื่องสำอาง และสกินแคร์ จะพบว่าในตอนนี้สิ่งที่เป็นที่นิยมคงจะหนีไม่พ้นบรรดาครีมบำรุงผิว และครีมตัวขาว แต่ในหลายๆ แบรนด์ที่ผลิตออกมา ก็จะพบว่าไม่ค่อยเป็นที่นิยม นั่นอาจจะเป็นเพราะว่ามีส่วนผสมหลักที่ไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือ และสำหรับครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด สำหรับสาวๆ นั้น ต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า

สารกันแดด

แหม ก็แดดของประเทศไทยแรงขนาดนี้ หากคุณเลือกครีมบำรุงตัวขาวที่ไม่มีสารกันแดด ยังไงก็เอาไม่อยู่แน่นอน ดังนั้น สารประกอบตัวแรกที่สาวๆ จะมองหาจาก ครีมบำรุงของพวกเธอ ก็คือ คุณสมบัติในการป้องกันแสงแดด และถ้ายิ่งมีสารกันแดด SPF สูงๆ ด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจ เพราะจะเป็นการลดขั้นตอนการทาครีม หรือโลชั่นลงไปโดยปริยาย คือ ไม่จำเป็นต้องทากันแดดทับก็ได้

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

วิตามิน C

วิตามินซี นอกจากจะช่วยป้องกันโรคหวัดอย่างเห็นผลแล้ว ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณได้เป็นอย่างดี เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่ค่อนข้างสูง ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่า เมื่อทาครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุดแล้ว จะไม่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และได้ผิวพรรณที่เนียนใส ถึงแม้ว่าคุณสมบัติหลักของวิตามินซี จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของผิวขาว แต่หากใช้ไปนานๆ รับรองว่าคุณจะมีผิวดีจนใครๆ ก็อิจฉา

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

กรดผลไม้ (AHA)

ถ้าหากคุณกำลังมองหาสิ่งที่จะช่วยให้คุณมีผิวขาวจากครีมนี่แหละคือสิ่งที่คุณน่าจะต้องการ เพราะ AHA ที่ได้จากผลไม้ต่างๆ นั้นช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวของคุณให้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ และทำให้ผิวของคุณกลับมาขาวกระจ่างใส ที่สำคัญคือ ในครีมบำรุงผิวต่างๆ ที่มีสารตัวนี้ มักจะเป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีว่า หากคุณใช้ไปในระยะหนึ่ง สีผิวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

กรดน้ำนม

หากคุณเคยได้ยินคำว่า อาบน้ำแร่ แช่น้ำนม หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมน้ำนมถึงช่วยบำรุงผิวได้ นั่นเป็นเพราะว่า ในน้ำนมมีกรดที่เรียกว่า กรดแลคติค ที่จะช่วยให้ผิวของเรานุ่ม และชุ่มชื่น ที่สำคัญ คือ ทำให้ผิวของเรากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีปัญหาผิวกร้านแดด้วยแล้ว ต้องบอกว่า การใช้ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด ที่มีส่วนผสมของกรดน้ำนมสามารถทำให้ผิวคุณกลับมานุ่มเนียน และขาวใสได้อย่างไม่ยากนัก

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

ด้วยส่วนผสมที่กล่าวมานั้น ต้องบอกว่า น้อยแบรนด์นักที่จะมีอยู่จนครบ แต่สำหรับ เพียวโลชั่น จาก jellys นั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ครีมตัวขาว และมีส่วนผสมของอาหารผิวที่หลากหลายมากที่สุดยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าผิวของคุณจะได้รับการบำรุงที่ดีที่สุด เช่นเดียวกัน

ครีมทาตัวขาว

เมื่อไหร่ที่คุณควรเริ่ม การบำรุงผิวด้วย ครีมทาตัวขาว

สัญญาณปัญหาสุขภาพของผิว ที่บ่งบอกว่าคุณควรใช้ ครีมทาตัวขาว ได้แล้ว

เพราะผิวพิมพ์นิยมที่หนุ่มๆ มองสาวไทย ก็คือ การมีผิวขาว ที่ไม่ใช่แค่ขาวซีดเท่านั้น แต่คุณต้องเป็นคนที่มีผิวขาวแบบสุขภาพดีด้วย และการจะมีผิวขาวาสวยอย่างที่หลายคนต้องการนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายเลย เพราะการใช้ชีวิต และอากาศในแต่ละวัน ทำให้เราสามารถที่จะมีผิวหมองคล้ำได้อย่างง่ายดาย และถ้าหากคุณมีปัญหาผิวดังต่อไปนี้ นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าคุณควรเริ่มใช้ครีมทาตัวขาวได้แล้ว

สีผิวไม่สม่ำเสมอ

การมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ อาจจะเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าผิวของคุณขาดการดูแลมานานแค่ไหน และการที่จะฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาสม่ำเสมอเหมือนเดิม นอกจากการทาครีมแล้วคุณอาจจะต้องใช้อาหารเสริม หรือสครับเข้ามาช่วยด้วย เนื่องจากผิวที่ขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน เมื่อจะให้กลับมาสวยงามเหมือนเดิม นอกจากเวลาแล้ว การดูแลก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นเดียวกัน

ผิวคล้ำแดงจากแดด

แสงแดดถือว่าเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะประเทศที่อยู่แถบบริเวณเส้นศูนย์สูตรอย่างเมืองไทยด้วยแล้ว ผิวของคุณอาจจะได้รับผลกระทบจากแสงแดดมากกว่าปกติ ดังนั้น หลังจากที่ตากแดดมาอย่างหนัก เราขอแนะนำว่าให้เริ่มทำการบำรุงผิวอย่างจริงจัง โดยการเลือกทาครีมทาตัวขาวที่ผสมสารกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม เพียงแค่นี้ ผิวขาวสวย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป

ครีมทาตัวขาว

ผิวพรรณแห้งกร้านจากแสงแดด

นอกจากสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอแล้ว ความแห้งกร้าน เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกว่า มักจะตามมาหลังจากที่คุณตากแดดอย่างเนิ่นนาน ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งหากต้องการให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น นอกจากที่คุณจะต้องกลับมาใช้ครีมอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังต้องดูแลผิวจากภายในด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานผักผลไม้ ให้มากพอ ที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารผิวด้วย ไม่อย่างนั้นแล้ว การแก้ปัญหาที่ภายนอกอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ช่วยให้ผิวของคุณกลับมาสวยงามได้อย่างแน่นอน

ต้องการมีผิวขาวอย่างเร่งด่วน

การมีผิวขาวเร่งด่วน เป็นอีกหนึ่งความต้องการของหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณต้องเจอกับคนมากมาย และหนทางที่เราอยากจะแนะนำ เพื่อความขาวอย่างเร่งด่วน ก็คือ บรรดาครีมทาตัวขาว นี่แหละที่จะช่วยให้คุณมีผิวสวยได้อย่างรวดเร็ว และหากใช้ไปนานๆ ก็จะเป็นการบำรุงผิวไปในตัว ให้มีผิวขาวอย่างถาวรอีกด้วย

ครีมทาตัวขาว

สำหรับหลายๆ คน ครีมอาจจะดูเหมือนช่วยแก้ปัญหาผิวให้คุณแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่หากคุณบำรุงผิวเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และเลือกครีมตัวขาวที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดด้วยแล้ว ต่อให้แดดแรงแค่ไหน ผิวก็ไม่พัง แถมสวยปังแน่นอน

โลชั่นผิวขาว

คุณสมบัติของ โลชั่นผิวขาว ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากใช้

เพราะอะไรเราจึงควรเลือกใช้ โลชั่นผิวขาว มากกว่าครีม

ในปัจจุบัน สกินแคร์ได้ถูกแบ่งประเภทออกมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสกินแคร์ประเภทไวท์เทนนิ่ง หรือบรรดาครีม และโลชั่นช่วยให้ผิวขาวต่างๆ แต่อย่างหนึ่งที่หลายคนต่างรู้สึกตรงกันก็คือ คนส่วนใหญ่ เลือกที่จะชื้อโลชั่นผิวขาว มากกว่าครีม หรือเซรั่ม นั่นเป็นเพราะอะไร วันนี้เราจะพาคุณมาดู คุณสมบัติที่แตกต่างระหว่าง โลชั่น และสกินแคร์ประเภทอื่นๆ

โลชั่นให้ความรู้สึกที่เบาสบายผิวมากกว่า

อย่างหนึ่งที่หลายคนชอบสำหรับการใช้โลชั่นก็คือ เนื้อสัมผัสที่เบาบางมากกว่า และสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ในเวลาไม่นาน โดยไม่ทิ้งความเหนอะหนะ และความมันไว้ที่ผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทาโลชั่นหลังจากอาบน้ำเสร็จภายใน 3 นาที นอกจากจะได้ความเบาบางแล้ว ตัวเนื้อโลชั่นยังสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้เร็วกว่า และบำรุงผิวของคุณได้มากกว่าด้วย

โลชั่นราคามักจะถูกกว่าครีมบำรุงผิว

ด้วยความเจือจางที่มีมากกว่าครีม และให้ผลการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนเลือกที่จะยอมจ่ายกับโลชั่นผิวขาวมากกว่าที่จะซื้อครีมบำรุงผิว แต่อย่างหนึ่งที่คุณต้องรู้ก็คือ ระยะเวลาในการเห็นผลก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย เนื่องจากโลชั่นมักจะใช้เวลาที่นานกว่า ในการบำรุง และฟื้นฟูสภาพผิว เนื่องจากความเข้มข้นของสารประกอบไม่ได้มากเหมือนเซรั่ม หรือครีมผิวขาวนั่นเอง

โลชั่นผิวขาว

ทาได้ตลอดเวลา

สำหรับคนที่เสพติดการบำรุงผิว เราเชื่อว่าคุณน่าจะชอบโลชั่นมากกว่าครีม หรือเซรั่ม เนื่องจากความเบาบางของโลชั่น ทำให้คุณสามารถที่จะทาได้ทุกวันตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะในเวลาเช้า หรือก่อนนอนเท่านั้น และยิ่งคุณใช้โลชั่นในระหว่างวันบ่อยๆ ผิวก็จะได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่องจนขาวกระจ่างใสได้ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป

มีสารประกอบที่เป็นมิตรกับผิวของเรา

โดยส่วนใหญ่แล้ว การใช้โลชั่นผิวขาว คนมักจะเลือกโลชั่นที่อุดมไปด้วยสารไวท์เทนนิ่งที่มาจากธรรมชาติ เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่า ผิวของคุณจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และสำหรับส่วนประกอบที่เป็นที่นิยม ก็ได้แก่ สารสกัดจากน้ำนม กรดผลไม้ และวิตามินที่จำเป็นต่อผิว อย่างวิตามิน B,C,E เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารประกอบสำหรับการบำรุงผิวอย่างกลูต้าไธโอนเข้ามาด้วยทำให้ผิวของคุณกระจ่างใสได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม

โลชั่นผิวขาว

สำหรับคนที่กำลังมองหาความเบาสบาย และเห็นผลอย่างรวดเร็ว เราอยากจะแนะนำให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวของคุณอย่างโลชั่นเพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวขาวแล้ว ยังเป็นการช่วยบำรุงผิวในระดับที่ลึกกว่าการทาครีมที่หลายคนคุ้นเคย ยิ่งไปกว่านั้น หากเทียบราคา ต้องบอกว่า โลชั่นราคาไม่แพงอย่างที่คิด