อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ ให้เริ่มต้นจากการอาบน้ำ

ปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นด้วยสบู่ที่ทําให้ผิวขาว

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วช่วยปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น ครีมผิวขาว  สครับขัดผิว สบู่ที่ทําให้ผิวขาว เป็นต้น เพราะฉะนั้นการทำให้ผิวขาวนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่เราไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง เพราะถ้าทำร่วมกันก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ แล้วควรทำอย่างไรบ้าง มาดูกัน

 

ปรับผิวใสด้วยวิธีธรรมชาติ

เมื่อพูดถึงการทำให้ผิวขาว หลายคนอาจจะนึกถึงวิธีที่เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์เพราะอาจเห็นผลลัพธ์ที่เร็วกว่า หรืออาจพยายามค้นหาวิธีแปลกใหม่ๆ ที่ทำแล้วอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ แต่อันที่จริงแล้วเราสามารถทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างสุขภาพดีได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ถึงแม้จะเห็นผลช้าแต่รับประกันว่าผิวจะขาวใสอย่างปลอดภัยแน่นอน

เริ่มที่การอาบน้ำ อยากมีผิวสวยใสจะต้องเริ่มต้นที่การทำความสะอาด แนะนำให้เลือกใช้สบู่ที่ทำให้ผิวขาว มักเป็นสบู่ที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งอยู่ เช่น วิตามินซี อัลฟ่า-อาร์บูติน วิตามินบี3 AHA/BHA เป็นต้นสบู่กลุ่มนี้นี้จะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ผิวจะสะอาดและพร้อมรับกับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

อย่าลืมบำรุงผิว ทาโลชั่นและครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะโลชั่นจะทาแล้วซึมซาบลงสู่ผิวในขณะที่ใช้สบู่ฟอกแล้วเราจะต้องล้างออก จึงได้สารบำรุงผิวมากกว่าแค่ใช้สบู่นั่นเอง ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งเช่นเดียวกัน แต่ต้องไม่ลืมเรื่องความชุ่มชื่นด้วย เพราะถ้าผิวขาวแต่ผิวแห้งกร้าน ผิวก็จะดูไม่ขาวใสอย่างที่เป็น รวมทั้งอาจจะคล้ำได้ง่ายขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด  

ขัดผิวอย่างสม่ำเสมอ โดยควรขัดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การขัดผิวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกไป ช่วยกระตุ้นการเกิดผิวใหม่ ผิวที่หมองคล้ำจะค่อยๆเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอกจากการดูแลตัวเองภายนอกแล้ว หากมีสุขภาพที่ดีมาจากข้างใน ก็จะช่วยให้ผิวพรรณดูแข็งแรง เปล่งปลั่ง สุขภาพดีมาจนถึงภายนอกด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ผิวขาวทุกตัวที่ใช้แม้กระทั่งสบู่ที่ทําให้ผิวขาว จะต้องเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก ผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย ดังนั้นผิวจะไม่ขาวขึ้นเร็วแบบเร็วทันใจ แต่จะขาวขึ้นเรื่อยๆอย่างเป็นธรรมชาติและสุขภาพดี ถ้าอยากขาวจริงๆจะต้องปฏิบัติตามแนวทางข้างต้นอย่างมีวินัย มีความสม่ำเสมอ หากทำติดต่อกันไปสักระยะ รับประกันว่าผิวจะขาวขึ้นได้อย่างแน่นอน

สำรวจผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ที่ไม่ควรใช้ร่วมกับเซรั่มวิตามินซี

เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน

เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด? เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ ด้วยเนื้อเซรั่มที่บางเบา ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ที่สำคัญช่วยบำรุงผิวหน้าให้เรียบเนียนกระจ่างใสขึ้นได้ ทำให้สาวๆหลายคนจับเซรั่มวิตามินซีคู่ใจมาใช้ร่วมกับสกินแคร์ตัวอื่นๆในชีวิตประจำวันกันเป็นประจำ แต่ขอบอกเลยว่าไม่ใช่สกินแคร์ทุกตัวจะใช้ร่วมกับวิตามินซีได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนบ้างที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน วันนี้ทางเราได้รวบรวมมาฝากกันแล้วค่ะ   

– AHA/BHA เพราะสารทั้ง 2 ตัวนี้มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับวิตามินซี ใช้แล้วช่วยเร่งผลัดเซลล์ผิวได้เช่นเดียวกัน สำหรับบางคนที่ใจร้อนอาจจะอยากใช้ AHA/BHA ร่วมกับวิตามินซีเลย เพื่อให้เซลล์ผิวผลัดได้เร็วยิ่งขึ้นแบบเต็มสปีด แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง เพราะแทนที่ผิวจะใส ผิวอาจจะถูกทำร้ายจนบาง ไวต่อแดด ดังนั้นควรใช้สลับกันดีกว่าใช้คู่กัน และเมื่อใช้แล้วอย่าลืมทากันแดดให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้านด้วย

– Benzoyl Peroxide สารตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนที่เคยรักษาสิวมาก่อน มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดความมัน ลดการอุดตันตามรูขุมขน จึงช่วยลดการเกิดสิวได้ แต่ที่ไม่ควรใช้ร่วมกับเซรั่มวิตามินซีก็เพราะว่าวิตามินซีจะเปลี่ยนสี ประสิทธิภาพจะด้อยลง เรียกว่าทาแล้วเสียเปล่านั่นเอง

– Vitamin B3 เป็นตัวช่วยสำหรับกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิว เมื่อใช้ร่วมกับเซราไมด์ ผิวจะชุ่มชื่นอิ่มน้ำมากขึ้น แต่ถ้าใช้ร่วมกับวิตามินซี วิตามินจะเปลี่ยนสี ซึ่งถ้าวิตามินซีเปลี่ยน สิ่งที่อาจจะเกิดตามมาคืออาการระคายเคือง ดังนั้นไม่ควรใช้พร้อมกัน ดังนั้นอย่าใช้พร้อมกันจะดีกว่า

– Collagen จริงๆแล้วการใช้วิตามินซีกับคอลลาเจนคู่กันนั้นไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าผลิตภัณฑ์จะรวมตัวกันจนจับก้อน ทาแล้วไม่ซึมสู่ผิว ดังนั้นจึงเป็นการทาที่เสียเปล่าเช่นเดียวกัน

 

เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด

สำหรับการเลือกซื้อเซรั่มวิตามินซีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก จริงๆแล้วก็ต้องพิจารณาจากสภาพผิวเป็นหลักเช่นเดียวกับสกินแคร์อื่นๆ โดยปกติแล้วเซรั่มตามท้องตลาดในตอนนี้จะมีความเข้มข้นของวิตามินซีหลายระดับ หากเข้มข้นสูงจะผลัดเซลล์ผิวได้เร็ว แต่อาจทำให้ระคายเคืองได้หากมีผิวที่บอบบางแพ้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีผิวบอบบาง กำลังเป็นสิวหรือรักษาสิว ผิวแห้ง ควรเริ่มใช้เซรั่มวิตามินซีที่มีความเข้มข้นต่ำจะปลอดภัยต่อผิวมากกว่า

สำหรับคำถามที่ว่าเซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด นอกจากแนวทางการเลือกที่แนะนำไปข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามเลยคือผลิตภัณฑ์จะต้องถูกบรรจุในขวดสีชาหรือสีสีทึบเท่านั้น เพราะวิตามินซีจะสลายตัวได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงนั่นเอง เมื่ออ่านกันจบแล้วหวังว่าทุกคนจะใช้เซรั่มวิตามินซีคู่กับสกินแคร์ได้ถูกประเภทและสามารถเลือกซื้อได้ตอบโจทย์ความต้องการกันมากขึ้นนะคะ

โลชั่นยี่ห้อไหนดี

โลชั่นยี่ห้อไหนดี ที่ทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

โลชั่นยี่ห้อไหนดี เรามีคำตอบมาให้

ผิวพรรณเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่หลายคนให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นเหมือนเสื้อล่องหน ที่บอกลักษณะบุคลิกภาพของคุณ ผิวที่แห้งกร้านหยาบกระด้าง หมองคล้ำ ขาดการดูแล ย่อมทำให้แลดูแย่และไม่น่ามองเท่ากับผิวที่เนียนนุ่ม ขาวกระจ่างใส น่าสัมผัส แล้วจะมีวิธีไหนล่ะที่จะทำให้ผิวสวยขึ้นได้ตามต้องการ นั่นก็คือการหาโลชั่นยี่ห้อไหนดีมาใช้ ซึ่งในบทความนี้เราก็มีโลชั่นดี ๆ มาแนะนำกัน เป็นโลชั่นของแบรนด์ JELLYS ซึ่งก็คือ PURE LOTION นั่นเอง เราไปดูกันดีกว่าว่าโลชั่นยี่ห้อนี้มีส่วนผสมพิเศษอะไรอยู่บ้าง และแต่ละอย่างมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวสวยได้อย่างไร

 

ส่วนผสมสำคัญใน PURE LOTION

1.สารสกัดจากน้ำนม อุดมไปด้วยวิตามินเอที่เสริมสร้างเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรง รวมทั้งวิตามินบี 2 ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทั้งยังบำรุงให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง หยาบกระด้าง และยังซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโมเลกุลที่เล็กนั่นเอง

2.กลูต้าไธโอน เป็นสารชนิดเดียวกันที่มีอยู่ในร่างกายของเรา มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว และยังมีคุณสมบัติยับยั้งการผลิตเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตเม็ดสีหรือเมลานินที่เป็นสีน้ำตาลดำ ทำให้ผิวที่หมองคล้ำเปลี่ยนเป็นขาวกระจ่างใสอมชมพูมากขึ้น

3.กรดผลไม้ กรดผลไม้ หรือ AHA เป็นตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้ว แห้งเสีย ดำกร้าน หลุดลอกออกไป เผยผิวใหม่ที่เนียนขาวกระจ่างใส ดูมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นยังทำให้แผลเป็นและริ้วรอยลดเลือนลงอีกด้วย

4.วิตามินบี มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเต่งตึง กระชับขึ้น ทั้งยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และช่วยกระจายเม็ดสีผิวให้ลงไปยังชั้นล่างของผิวอีกด้วย ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

5.วิตามินซี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง เต่งตึง กระชับขึ้น ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวี มีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนั้นยังทำให้แผลหายเร็วขึ้นอีกด้วย

6.วิตามินอี มีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยต่อต้านและยับยั้งการเสื่อมสภาพของเซลล์ รวมทั้งต่อต้านการเกิดริ้วรอย ทั้งยังช่วยให้รอยดำ รอยแดง จากการเป็นสิวแลดูจางลง หน้าเนียนใสแข็งแรงขึ้น

โลชั่นยี่ห้อไหนดี

สำหรับใครที่เลือกโลชั่นยี่ห้อไหนดีให้ตัวเองได้แล้ว ก็อย่าลืมดูส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ต่อผิวที่มาจากธรรมชาติ รวมทั้งต้องไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น สารปรอท ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ผิวขาวเร็วได้เช่นกัน แต่ทำให้ผิวหนังเสียหายได้ในภายหลัง ที่สำคัญอย่าลืมทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้จริง โดยให้ทาโลชั่นบาง ๆ ที่ข้อพับแล้วทิ้งไว้สักครู่ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง เพียงเท่านี้คุณก็จะมีตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ผิวของคุณสวยขึ้นได้แล้วค่ะ

มาดูกันว่าโลชั่นที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

คุณรู้หรือไม่ว่า โลชั่นที่ดีต่อผิวควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

โลชั่นคือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ขาดไม่ได้ สำหรับคนที่รักและใส่ใจดูแลผิวพรรณตัวเองอยู่เสมอ ทุกครั้งหลังอาบน้ำ แม้ผิวจะสะอาดขึ้นก็จริง แต่ก็จะเสียความชุ่มชื้นไปด้วย เราจึงต้องบำรุงผิวด้วยโลชั่นขาวเร็วที่สุด เพื่อให้คงสภาพผิวที่เนียนนุ่มชุ่มชื้น แข็งแรง สุขภาพดี และคงความกระจ่างใสไว้ได้อย่างยาวนาน แล้วโลชั่นที่ดีต่อผิวต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ

1.เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวสิ่งแรกที่ขาดไม่ได้ และเป็นคุณสมบัติหลักของโลชั่นเลยก็คือ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวเนียนนุ่ม เต่งตึง ไม่แห้งกร้าน หยาบกระด้าง หรือลอกเป็นขุย โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานอยู่ในห้องแอร์เกือบทั้งวัน โลชั่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ โดยควรทาหลังอาบน้ำทุกครั้งทั้งเช้าและเย็น ก็จะช่วยปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้านได้แล้วค่ะ

2.ปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาจจะมีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวขาวโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อย่างเช่น กลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่มีในร่างกาย มีหน้าที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวหรือเมลานิน ทำให้จุดด่างดำจางลงและเปลี่ยนเป็นสีขาวอมชมพู

4.บำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง อีกคุณสมบัติที่ดีอย่างหนึ่งของโลชั่นก็คือ ต้องช่วยเสริมสร้างผิวพรรณให้แข็งแรงมีสุขภาพดี โดยมีสารบำรุงผิวที่สกัดมาจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากน้ำนม ช่วยเพิ่มวิตามินเอ และวิตามินบี 2 ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงมีสุขภาพดี เต่งตึงกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทั้งยังมีผิวที่เนียนนุ่มน่าสัมผัสขึ้นอีกด้วย

5.ชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหนัง อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ควรมีของโลชั่นก็คือช่วยคงสภาพผิวพรรณให้แลดูอ่อนเยาว์ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง ฟื้นบำรุงผิวให้เนียนใสสุขภาพดีอยู่เสมอ โดยเลือกโลชั่นที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนผสม เช่น วิตามินซี วิตามินอี เป็นต้น ซึ่งยังมีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอย และปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีอีกด้วย

หากคุณยังหาโลชั่นขาวเร็วที่สุดที่ใช่ยังไม่เจอ เราขอแนะนำ PURE LOTION (เพียวโลชั่น) จากแบรนด์ JELLYS (เจลลี่) ที่มีทุกคุณสมบัติที่ดีของโลชั่นตามที่กล่าวมา ทั้งยังมีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ด้วยส่วนผสมกลูต้าไธโอนเข้มข้นถึง 20 เท่า พร้อมหัวเชื้อวิตามินเข้มข้น ที่บำรุงลึกถึงชั้นเซลล์ผิว และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF 60 จึงมั่นใจได้ว่าใช้แล้วจะมีผิวสวยสดใสสมใจแน่นอนค่ะ

อยากจะหาเซรั่มบำรุงผิวดีๆ สักตัว เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด

ถ้าอยากจะบำรุง หรือหาอาหารเสริมให้กับผิวพรรณ และผิวหน้า เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด 

ปัจจุบันเซรั่มบำรุงผิวหน้า ของสาวๆ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่หลายๆ คน จะมองข้ามไปไม่ได้ เพราะเซรั่ม จะช่วยฟื้นฟู สภาพผิว เซลล์ผิวต่างๆ ที่เกิดความเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา รวมถึง เกิดจากสภาพผิวหน้าต้องเผชิญ กับสารพัดปัญหาไม่ว่าจะเปิด สภาพผิวหน้าที่เสื่อโทรมจาก แสงแดด UV หรือจากอายุวัยที่เพิ่มมากขึ้น ก็ตาม การดูแลผิวหน้าล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้สำหรับสาวๆ ในยุคนี้

หลายๆ คน เริ่มหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น เริ่มต้นง่ายๆ เพียงแค่การทาครีม หรือเซรั่มบำรุง ซึ่งหากจะบอกว่า เซรั่มที่ดีที่สุด ก็น่าจะเป็นเซรั่มวิตามินซี เพราะร่างกายของคนเราจะขาดซึ่งวิตามินซีไปไม่ได้ เป็นหัวใจสำคัญหลักในการฟื้นฟูและบำรุงผิวหน้าอย่างดี แล้วเราจะเลือกเซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุดที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการดูแล บำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าได้ในระยะยาว ทำให้ไม่เกิดผลเสีย ต่อเซลล์ผิว หากใช้อย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องเลิกใช้ เมื่อผิวหน้าของเราได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ

จริงๆ แล้ว การบำรุงผิวหน้าด้วย เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด ต้องบอกว่าปัจจุบันเองมีหลากหลายยี่ห้อให้เราเลือกสรร หนึ่งในนั้นก็จะมีแบรนด์ Jellys ของเราอยู่ด้วยนั่นก็คือ PURE FACE POWER UP SERUM ตัวนี้เป็นหนึ่งในเซรั่มเข้มข้น ตัวเนื้อเซรั่มบางเบา เวลาทาลงบนผิวหน้าจะทำให้รู้สึกถึงความเบาสบาย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบสู่ผิวได้เร็ว มีประสิทธิภาพในเรื่องของการช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก ในระดับเซลล์ผิว เรียกว่าตอบโจทย์ปัญหาผิวทุกระดับได้อย่างดี ทำให้ผิวหน้าแลดูสว่าง กระจ่างใส ผิวเรียบเนียนดูสว่าง สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว รอยดำ จุดด่างดำ ฝ้า กระต่างๆ เรียกว่า ทุกสภาพผิวหน้าจะคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว จนสาวๆ ผู้ใช้เซรั่มของเรา พอใจ

ถ้าจะถามว่า เซรั่มวิตามินซี ยี่ห้อไหนดีที่สุด Jellys Thailand ขอรับประกันความพึ่งพอใจ ว่าเป็นอีกหนึ่งเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซีที่เข้มข้น ตัวนี้เป็นสูตรผสมที่ปราศจากน้ำหอม  *สูตรปราศจากสารให้สี *สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ 10 in 1 สุดยอดสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองแต่อย่างใด ด้วยยอดขายต่อเนื่องยาวนานทั้งภายใน และส่งออกนอกประเทศกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เราจึงมั่นใจกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ของเราเป็นอย่างมาก

สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี ? ที่ช่วยทำให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ

ถ้าจะขัด ขจัดสิ่งสกปรก บนผิวของเรา สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี ?

สครับขัดผิวขาว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทม อีกหนึ่งขั้นตอนสำหรับสาวๆ ที่อยากมีผิวพรรณสวยใส เปล่งปลั่ง อย่างเรียบเนียน แลดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งอย่างที่บอกว่าเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในวิธีการที่ทำให้ผิวดูสวยใสได้ไม่ยาก แล้วจะเลือก สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี ซึ่งต้องบอกเลยว่าโจทย์นี้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่คุณสาวๆ เลือกและพิจารณาจากผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่ไม่มีสารเคมี ไม่มีสิ่งปลอมปน ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองในระหว่างที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อไหนดี ? ที่เราจะเลือกมาเพื่อทำความสะอาดผิวพรรณของเราให้ดูขาวเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติในระยะยาวนั่นเอง

สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี ? บอกเลยว่าต้อง JELLYS SNAIL CANDY SCRUB เพราะเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการทำความสะอาดผิว ดูแลผิวในแบบของการสครับผิว มาส์กผิวบำรุงตัว ทำให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพค่อยๆ หลุด และผลัดเซลล์ผิวใหม่ทำให้ดูเรียบเนียน ดูผุดผ่อง ผิวมีความสม่ำเสมอ ลดรอยคล้ำและจุดด่างดำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิ่งสกปรกอุตัน และทำให้เกิดความดำคล้ำ ทำให้ผิวแลดูไม่สดใส  ซึ่งผิวบอบบางแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้เป็นประจำทุกวัน ซึ่งหลังจากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สาวๆ ผู้ที่ใช้ JELLYS SNAIL CANDY SCRUB จะรู้สึกได้ถึงผิวพรรณที่ดีขึ้น กระชับสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราต้องสครับหรือขัดผิว ?
คำถามนี้หลายๆ คนอาจจะมองว่า ไม่จำเป็น เพราะคนเราก็อาบน้ำเป็นประจำทกวันอยู่แล้ว ซึ่งผิวก็จะสะอาดอยู่แล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องสครับผิวเลย แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะถ้าหากเราทำกิจกรรมอะไรที่ทำให้เกิดสิ่งสกปรกกับผิวเป็นระจำทุกวัน การอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถ ชำระล้างสิ่งสกปรกที่ยึดเกาะบนผิวของเราได้หมด ทำให้เราต้องหาไอเทมดีๆ สำหรับการดูแลและทำความสะอาดผิวพรรณของเราอย่างล้ำลึก ซึ่ง JELLYS SNAIL CANDY SCRUB ก็จะช่วยตอบโจทย์เรื่องของการขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แถมยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวพรรณได้อย่างล้ำลึก ทำให้คืนความสดใส ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงความกระชับและเปล่งปลั่งของผิวนั่นเอง

คงได้คำตอบกันไปแล้วใช่ไหม สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหา สครับผิว ดูแลผิวพรรณดีๆ สักตัว เราของแนะนำ JELLYS SNAIL CANDY SCRUB ซึ่งส่วนผสมต่างๆ ล้วนเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว แถมยังช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวได้เป็นอย่างดีในทุกๆ วันที่ใช้สครับตัวนี้นั่นเอง

สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี ? คำตอบ ณ เวลานี้ก็คือ JELLYS SNAIL CANDY SCRUB นั่นเองจ้า

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด ที่คู่ควรกับคุณ

ผิวหน้าที่ดีที่สุด กับครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด

หลายๆ คน ก็จะมีเทคนิคเคล็ดลับของแต่ละคน ซึ่งด้วยอายุวัยที่มากขึ้น การชะลอการทำงานของสภาพผิวที่ลดลง ประสิทธิภาพความเต่งตึงต่างๆ ก็อาจจะทำให้ผิวเกิดความเหี่ยวย่น ซึ่งนั่นทำให้หลายๆ คนต้องหาตัวช่วย มองหาเทคนิค ที่ทำให้สภาพผิวหน้าและผิวกายกลับมาอยู่ในจุดที่ได้รับการดูแล รวมถึงการคืนความชุ่มชื่นให้ผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์และสดใสมากขึ้น ซึ่งความละเอียดในการเลือกครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด ให้ตรงกับปัญหาผิวหน้าที่สาวๆ หลายๆ คนกังวลอยู่ อันนี้ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน เพราะอะไร เราถึงต้องเลือกครีมให้ตรงกับปัญหาและสภาพผิวของเรา ก็เพราะการฟื้นฟูและประสิทธิภาพที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ ให้ตรงจุดและค่อยๆ ดีขึ้นนั่นเอง

 

มาดูกันว่า เดียวนี้ การเลือกครีมบำรุงหน้าที่ดีทีสุด ที่คู่ควรกับตัวคุณ ต้องเลือกและมีปัจจัยใดที่จะต้องพิจารณาอย่างไรบ้าง ?

ข้อแรก ต้องเลือกครีมบำรุงผิวหน้าให้เข้ากับสภาพผิว เช่น บางคนผิวหน้าแห้ง ผิวหน้ามัน ผิวหน้าบอบบางแพ้ง่าย การเลือกครีมบำรุงที่ตอบโจทย์ ตรงกับสภาพผิวหน้าของเราที่เป็นอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาเลือกซื้อ เพราะไม่ใช่ว่าจะเลือกเพราะเห็นเป็นครีมบำรุงผิวหน้าเค้าเตอร์แบรนด์ น่าจะทำให้ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์แก้ปัญหาได้ไม่ยาก เรื่องของริ้วรอย ความหมองคล้ำต่างๆ เหมือนในคำโฆษณา อันนั้นจะทำให้คุณกำลังคิดผิดอย่างรุนแรง การเลือก สิ่งแรกที่เราอยากจะเน้นย้ำ ก็คือ เลือกให้ตรงกับสภาพผิวหน้าของเราก่อน

ข้อสอง พิจารณาจาก ส่วนผสมต่างๆ ว่าจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหน้าของเราไหม เช่น บางคนใช้แล้ว สิวเห่อขึ้นบนผิวหน้าเต็มหน้า หน้าพัง เพราะครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด กลับเป็นครีมที่ทำให้ผิวหน้าเกิดการแพ้ จากส่วนประกอบ ส่วนผสมบางตัว ซึ่งหลายๆ คนในที่นี้ ก็จะเลือกหรือพิจารณาจาก ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดแบบออแกนิคมาก่อน ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นจำนวนกมาเช่นกัน การเลือกควรดูที่ส่วนผสม ว่ามีสารเคมีตัวใดที่จะทำให้เกิดผลเสียกับผิวหน้าของเราเมื่อวันหนึ่งหากเราหยุดใช้ด้วยเป็นสำคัญ

ข้อสาม พิจารณาจาก ระยะเวลาความต่อเนื่องเรื่องการบำรุงฟื้นฟูที่ไม่เห็นผลเร็วเกินไป และเรื่องของปัจจัยความต่อเนื่องจากการบำรุงครีมบนผิวหน้าของเรา หากเว้นระยะ หรือเลิกใช้ เลิกบำรุงจะมีผลกระทบใดกับผิวหน้าของเราหรือไม่ ? อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข้อควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง  ควรเลือกและตัดสินใจด้วยความเหมาะสม ไม่ใช่บอกว่า 7 วันผิวหน้าเด้งขาว ก็เลือกเลย เพราะคุณกำลังอาจจะทำให้ผิวหน้าของเราเป็นตัวทดลองครีมตัวนั้นๆ ได้ ความเสี่ยง ยิ่งเห็นผลลัพธ์ดีเกินไป เร็วเกินไป ผลกระทบอาจจะร้ายแรงมากขึ้นตามมา เมื่อเราใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานในระดับหนึ่งก็ได้

ข้อสี่ ควรศึกษาข้อมูลตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุด ที่เราเลือกมาแล้วให้เข้าใจก่อนเริ่มใช้งาน และอาจจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าของเราในทุกๆ วัน ซึ่งหากมีความเปลี่ยนแปลงที่ผิวปกติไป ผิวหน้ามีความเสี่ยงก็ให้รีบหยุดใช้ทันที เพื่อหลีกเหลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผิวหน้าของเราได้

และนี่เป็นเพียง 4 ข้อการพิจารณาเลือกครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด ที่สาวๆ หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นข้อพิจารณาขั้นพื้นฐาน แต่เป็น 4 ข้อที่หลีกเหลี่ยงและมองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว ซึ่งทางทีมงาน Jellys Thailand ของเป็นอีกหนึ่งแรง หนึ่งกำลังใจที่ทำให้สาวๆ ที่กำลังมีปัญหาผิวหน้า เริ่มหันมาดูแล เอาใส่ใจ และเริ่มเลือกสรรค์ เครื่องสำอาง หรือครีมบำรุงต่างๆ ให้เหมาะกับผิวหน้าและผิวกายของเรา เพื่อสุขภาพผิวและตัวเราเองที่ดีในทุกๆ วันนั่นเอง

อยากทำให้ผิวขาวใส ด้วยสบู่ที่ทำให้ผิวขาว จะดีจริงไหม ?

สบู่ที่ทำให้ผิวขาว ใช้แล้วจะดีจริงไหม ? หรือจะต้องเลือกอย่างไร ?

จะมีตัวช่วยดีๆ สักกี่ตัวที่ทำให้ผิวพรรณของเราดูขาวสว่างกระจ่างใสได้จริงๆ บ้าง นอกจากสบู่ที่ทําให้ผิวขาวแล้ว ยังมีตัวช่วยอื่นๆ ที่ทำให้ปัจจัยเรื่องผิวขาวของเราดีขึ้น และเห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น เช่น การใช้ครีมบำรุงผิว การดูแลเรื่องของอาหารการกิน รวมถึงการทำความสะอาดผิว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในการดำรงชีวิตของเรา เราจะต้องกำจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวเรา ที่จะโดนทั้งคราบฝุ่น ไขมัน แบคทีเรียต่างๆ ซึ่งสาวๆ ที่อยากให้ผิวสวยก็อาจจะเลือกสบู่บำรุงและทำความสะอาดผิวด้วยสมุนไพรผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำนมจากข้าว หรือจากสัตว์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูและบำรุงลงไปสู่เซลล์ผิวชั้นลึกๆ เลยก็ว่าได้  ซึ่งปัจจุบัน ก็จะมีตัวเลือกการดูแลและบำรุงผิวด้วย สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของสาวๆ แต่ละบุคคล ซึ่งก็จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันไป อย่างสบู่เหลวที่มีขายตามท้องตลาดหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ก็จะเน้นเกี่ยวกับการทำความสะอาดผิวเพียงอย่างเดียว หรือบางแบรนด์ก็จะเน้นเรื่องของการทำให้ผิวพรรณได้คืนความชุ่มชื่นเหมือนเราได้ดูแลผิวพรรณของเราไปด้วยในตัว ทุกครั้งที่อาบน้ำนั่นเอง

 

แล้วสบู่ที่ทำให้ผิวขาว ควรพิจารณาเลือกสรรอย่างไร ? หรือจะมีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจแนะนำบ้าง ???
ถ้าต้องการสบู่ที่มาช่วยเรื่องผิวพรรณที่ทำให้แลดูขาวกระจ่างใส รวมถึงทำให้ผิวพรรณที่ดี ดูเปล่งปลั่ง จะบอกว่าใช้แค่สบู่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเรื่องที่ดูโอเวอร์เกินจริง แต่สบู่เป็นตัวช่วยแรกที่สำคัญ เพราะ หากเราเลือกสบู่ที่ทำให้ผิวพรรณของเราสะอาด แต่ไม่ช่วยปกป้องผิวและฟื้นฟูบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ต่างจากการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ช่วยดูแลผิวพรรณตั้งแต่ขั้นตอนแรก ซึ่งเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สาวๆ หลายๆ คนควรคัดสรรและใส่ใจ  ต้องเลือกสบู่ที่ทำให้ผิวพรรณไม่เกิดการระคายเคือง หรือเกิดอาการแพ้ทุกครั้งเมื่อใช้บำรุงผิว ทำความสะอาดผิวพรรณทุกครั้งที่อาบน้ำ สบู่บางชนิด มีส่วนผสมของสมุนไพรและน้ำนมจากส่วนผสมอื่นๆ ทำไมต้องเป็นน้ำนม เพราะน้ำนมมีคุณสมบัติ ช่วยผิวพรรณเรามีความนุ่ม ความชุ่มชื่น ทำให้ผิวแลดูช่ำน้ำ ดูแลเหมือนคนที่ไม่ใช่แค่การอาบน้ำดูแลผิวพรรณแบบธรรมดาทั่วไป และเมื่อดูแลผิวพรรณดีแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรในสเตปต่อๆ ไป ว่าจะต้องบำรุงผิวด้วยครีม หรือเซรั่มบำรุงผิวพรรณโดยตรง ก็จะทำให้ผิวพรรณแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัวนั่นเอง

 

ทำไมต้องเลือกสบู่ก้อน PURE SOAP (เพียวโซฟ)
ตัวนี้เป็นสบู่น้ำมันมะพร้าว เป็นสบู่ที่สกัดมาจากผลไม้ จากธรรมชาติด้วยกรรมวิธีที่ดี ด้วยสูตรพรีเมี่ยมจาก Jellys คุณภาพผลิตภัณฑ์ระดับส่งออก แถมยังมีส่วนผสมของ กลูต้าไธโอน และคุณค่าวิตามินจากผลไม้ที่รวมอยู่ในก้อนเดียว เลือกว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสาวๆ ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ ผิวกายของคุณอยากอ่อนโยและล้ำลึก ฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ตัวช่วยเรื่องของการขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ รวมถึง ช่วยลดอาการอักเสบของตัวผิว ทำให้สุขภาพผิวดูแข็งแรง ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ จนผู้ใช้สังเกตความเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่ได้ใช้สบู่ก้อนนี้อาบชำระร่างกายและผิวพรรณนั่นเอง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหา สบู่ที่ทําให้ผิวขาว Jellys Thailand ของแนะนำอีกหนึ่งตัวเลือกสบู่ก้อนบำรุงและดูแลผิวพรรณอย่างอ่อนโยนและล้ำลึก ทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยสบู่ก้อน PURE SOAP (เพียวโซฟ) รับรองว่าตัวคุณเองจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกครั้งที่ได้ใช้เจ้าสบู่ตัวนี้ ด้วยตัวของคุณเอง  อย่าพึ่งเชื่อเราจนกว่าคุณจะได้ลองเอง…รับรองคุณจะไม่ผิดหวัง กับสบู่ทีทำให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติก้อนนี้

 

เซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดํา

ปัญหารอยแผลเป็นจากสิวจัดการได้ ด้วยเซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดํา

ปัญหารอยสิวจุดด่างดำ สามารถรักษาได้หลายวิธีดังนี้

ปัญหาสิว เป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจให้อย่างมาก เพราะนอกจากจะรักษายากแล้ว พอรักษาสิวหายก็อาจจะได้รอยสิว จุดด่างดำเอาไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย แต่ไม่ต้องมัวแต่เจ็บใจไป เพราะการลดเลือนรอยสิวนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมรักษาสิวมากมาย แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินแพงจะรักษาด้วยเซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดําก็ได้เช่นกัน หรือถ้าอยากประหยัดกว่าเดิม จะใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติก็ได้ เพียงแต่จะเห็นผลช้าหน่อยเท่านั้นเอง ว่าแต่วิธีลดรอยสิวมีอะไรบ้าง มาดูกัน

 

1.รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถทำได้หลายวิธีร่วมกัน ก่อนอื่นดูแลรักษาผิวไปตามปกติ สครับหน้าสัปดาห์ละ 1-2ครั้งด้วยสครับสูตรธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง+มะนาว น้ำผึ้ง+มะขาม น้ำผึ้ง+น้ำมะเฟือง เป็นต้น หากต้องการใช้สูตรอื่นแนะนำให้ผสมส่วนผสมที่มีความเป็นกรดอ่อนๆตามธรรมชาติลงไปด้วยเสมอ เช่น มะนาว มะกรูด มะขามเปียก แอปเปิ้ลไซเดอร์ โยเกิร์ต สัปปะรด เป็นต้น แต่เวลาสครับอย่าทิ้งเอาไว้นานเกินไป อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้ นอกจากนั้นก็บำรุงด้วยสกินแคร์ที่ใช้ประจำตามปกติ

เซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดํา

2.ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว รอยสิวจุดด่างดำจึงแลดูจางลงได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ แบบมีเบสเป็นน้ำและแบบมีเบสเป็นแอลกอฮอล์ ทั้งสองตัวนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างดี แต่อาจมีผลข้างเคียงในเรื่องการระคายเคือง ดังนั้นหากไม่เคยใช้มาก่อนแนะนำให้เลือกใช้แบบที่มีเบสเป็นน้ำ เพราะจะเกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่า

3.ครีมลดรอยสิว จะมีส่วนผสมบางส่วนคล้ายคลึงกับเซรั่มลดรอยสิว แต่ว่าจะไม่เน้นในเรื่องการบำรุง จะเน้นเรื่อการลดเลือนริ้วรอยเป็นหลัก ส่วนผสมที่นิยมใช้มีด้วยกันหลายชนิด เช่น วิตามินอี อาร์บูติน โคจิค กลูต้าไธโอน เป็นต้น มีหลายรูปแบบทั้งแบบเจล แบบครีม บางยี่ห้อนอกจากจะช่วยลดรอยสิวได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย

4.เซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดำ เซรั่มในกลุ่มนี้นอกจากจะมีสารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว มักจะมีส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ เช่น AHA BHA วิตามินซี เป็นต้น หากใช้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดรอยสิวจุดด่างดำได้เช่นเดียวกัน

เซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดํา

 

วิธีการรักษารอยสิวแต่ละรูปแบบนั้นจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไปหากใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะเห็นผลรวดเร็วแต่ต้องจ่ายแพง หากรักษาด้วยวิธีธรรมชาติจะประหยัดแต่ก็เห็นช้ากว่า แต่ถ้าใครอยากได้วิธีจัดการรอยสิวไปพร้อมๆกับได้บำรุงผิวหน้าไปด้วย เซรั่มลดรอยสิวจุดด่างดําจัดเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะราคาไม่แพงมากนัก สามารถใช้ได้ทุกวัน ใช้เป็นสกินแคร์อีกตัวร่วมกับตัวอื่นๆเลยก็ยังได้ จึงตอบโจทย์มากสำหรับผู้ที่ได้สิ่งดีๆแบบครบครันในราคาสบายกระเป๋า

สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี

ทำไมเราต้องขัดผิว? ใช้สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดี

การสครับผิวนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

รู้หรือไม่? ไม่ว่าจะมีผิวสีอะไรก็สามารถมีผิวที่สวยได้ในแบบของตัวเอง เพราะการมีผิวสวยไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีผิวขาวเพียงเท่านั้น แต่สามารถมีผิวที่เรียบเนียน กระชับ สวยสดใสได้ทุกสีผิว ใครอยากมีผิวสวยๆการสครับผิวช่วยคุณได้ แต่ว่าการขัดผิวให้ประโยชน์อะไร ทำไมจึงต้องขัด มาไขความกระจ่างกัน แล้วถ้าใครอยากขัดผิวแต่ไม่รู้จะเลือกซื้อสครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดีเรามีแนวทางการเลือกมาฝากที่ช่วงท้ายของบทความค่ะ

 

ทำไมเราต้องขัดผิว

สำหรับใครที่อยากมีผิวสวย การสครับผิวถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนการดูแลผิวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะผิวของเราจะได้ประโยชน์จากการขัดผิว ดังต่อไปนี้

1.ช่วยผลัดเซลล์ผิว ในทุกวันเซลล์ผิวของเราจะมีการตายและเกิดใหม่อยู่ตลอดเวลา ส่วนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วก็จะกลายเป็นเป็นขี้ไคลติดตามผิวหนังและหลุดลอกออกมาในยามขัดถูหรืออาบน้ำ แต่ว่าสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือขัดถูได้ไม่ทั่วถึง ผิวจะมีคราบไคลสีเข้มเกาะอยู่ ทำให้ผิวพรรณดูหมอง มีรอยด่างดำ ไม่สดใสเรียบเนียน ที่สำคัญหากคราบไคลอุดตันตามรูขุมขนจะก่อให้เกิดสิวได้อีกด้วย นี่คือสาเหตุการสครับผิวเป็นสิ่งสำคัญ การขัดผิวจะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ช่วยกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ผิวจึงเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

2.กระตุ้นการไหลเวียนเลือด การสครับผิวจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดใต้ผิวหนังทำงานได้ดีขึ้น ผิวจะดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และถ้าหากอยากให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ให้นวดร่วมกับการสครับด้วย

3.เพิ่มความผ่อนคลาย ลองสครับผิวด้วยการนวดอย่างอ่อนโยนให้ทั่วร่างกาย โดยเลือกใช้สครับที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รับรองว่าใช้แล้วร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างแน่นอน

 

แล้วเราจะเลือกสครับ ยี่ห้อไหนดี

ในท้องตลาดตอนนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ขัดผิวอยู่เยอะพอสมควร ทำให้หลายคนไม่รู้จะเลือกใช้ยี่ห้อไหนดี มาลองใช้ Jellys Snail Candy Scrub กันดูไหมคะ สครับเมือกยืดที่อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและบำรุงผิวไปในตัว อาทิ เมือกหอยทาก กลูต้าไธโอน น้ำตาล อ้อย เอเอชเอ กลีเซอรีน เป็นต้น เนื้อสครับนุ่มยืด เกล็ดน้ำตาลเล็กละเอียด ขัดผิวแล้วขี้ไคลกระจายอย่างแน่นอน ช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสมากขึ้นโดยไม่มีสารอันตรายใดๆ ใช้ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

สรุปได้ว่าการขัดผิวให้ประโยชน์มากในแง่ของการกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ คราบไคลและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน ผิวพรรณจะสะอาดสดใส เรียบเนียนและมีสีผิวที่สว่างใสสม่ำเสมอกัน ดังนั้นควรขัดอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ส่วนควรจะใช้สครับขัดผิวขาว ยี่ห้อไหนดีสามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่เราแนะนำไปข้างต้นกันได้เลยค่ะ รับรองขัดสะอาด ขัดสนุก ขัดแล้วผิวขาวใสขึ้นอย่างแน่นอน