ครีมลดจุดด่างดำ

ครีมลดจุดด่างดำ เลือกอย่างไรที่ใช้แล้วช่วยคืนขาว และปลอดภัย

ครีมลดจุดด่างดำ แบบไหนที่ช่วยเพิ่มความใส้ให้กับผิวหน้า และไม่มีอันตราย

ปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์และความงามเกิดขึ้นมากมาย ที่นำมาใช้ลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ไม่ว่าจะการเลเซอร์ การทำไมโครเดอร์มาหรือไอพีแอล เป็นต้น ซึ่งมันกำจัดริ้วรอยบนใบหน้าออกได้จริง ช่วยให้ผิวกระจ่างใสมากขึ้น แต่ถ้าใครไม่อยากเจ็บตัวและเสียเงินเยอะๆ อีกทางเลือกที่น่าสนใจก็คือการใช้ครีมลดจุดด่างดำนั่นเอง ซึ่งจะเลือกและใช้อย่างไรให้ได้ผลดี มาดูกันค่ะ

1.เลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน มีอย.รองรับ มีเลขจดแจ้งชัดเจน รายละเอียดบนฉลากครบถ้วนทั้งที่มาที่ไปผู้ผลิต ประโยชน์ คำเตือน รวมไปถึงวันผลิตและวันหมดอายุด้วย

2.ดูส่วนผสม ครีมในกลุ่มนี้มักมีส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น กรดโคจิค กรดไกลโคลิก กรดซิกตริก กรดทาร์ทาริก แลคติก เรตินอยด์หรืออาร์บูตินเป็นต้น และจะให้ดีก็ต้องมีสารอัลฟ่าไฮดรอกซีที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า 10% ผสมอยู่ด้วยจึงจะใช้ได้ผลดีและมีผลข้างเคียงกับผิวน้อยที่สุด ดังนั้นก่อนจะซื้ออ่านฉลากให้ดีค่ะ

3.ทดสอบก่อน ทาครีมก่อน 24 ชั่วโมงเพื่อทดสอบอาการแพ้ หากไม่มีอาการผิดปกติใดๆค่อยนำมาใช้กับผิวหน้า

ครีมลดจุดด่างดำ

4.ใช้แบบความเข้มข้นน้อย ครีมลดจุดด่างดำบางยี่ห้อจะมีส่วนผสมของเรตินอยด์อยู่ ซึ่งจะมีความเข้มข้นอยู่หลายระดับ หากไม่เคยใช้มาก่อนควรเลือกที่มีความเข้มข้นต่ำ ไม่อย่างนั้นอาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้และควรทาแล้วนอนเลย เพราะผิวจะไวต่อแสงมาก หากโดนแสงไฟหรือแดดอาจทำให้ผิวไหม้ได้ หรือถ้าใครผิวแพ้ง่ายแนะนำให้ใช้แบบเจล จะอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า

 

การดูแลตัวเอง

หากต้องการจัดการกับจุดด่างดำอย่างเด็ดขาด จะต้องดูแลตัวเองในด้านอื่นร่วมด้วย เพราะถึงครีมจะดีจะแพงแค่ไหน มันก็ไม่ช่วยได้ 100% และนี่เป็นสิ่งที่ต้องทำหากอยากได้ใบหน้าขาวใสกลับคืนมา

1.ทาครีมกันแดด เลือกค่า SPF ที่เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หมั่นทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสที่ผิวจะถูกแสงแดดทำร้าย

2.ทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่าลืมทานผักและผลไม้เยอะๆเพราะมีวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวหลายชนิด ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง

3.ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ จะทำให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใส ดูมีเลือดฝาด

4.บำรุงผิว ใส่ใจความสะอาดของผิวหน้า มาร์คหน้าหรือทาครีมบำรุงผิวอยู่เสมอ เพื่อเติมสารอาหารผิวให้กับใบหน้า ทำให้หน้ากลับมาขาวกระจ่างใสไวยิ่งขึ้น

ครีมลดจุดด่างดำ

ครีมลดจุดด่างดำบนใบหน้านั้นสามารถช่วยให้ผิวกลับมาดีขึ้นได้จริง ทั้งนี้ต้องดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยจึงจะได้ผลดีที่สุด ที่สำคัญอย่าใจร้อน อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาต่างๆที่ว่าใช้แล้วทำให้ขาวเร็วขาวไวในเวลาไม่นาน เพราะนั่นอาจเป็นครีมที่มีสารเคมีอันตรายผสมอยู่ ดังนั้นต้องศึกษาและตัดสินใจให้ดีก่อนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆมาใช้ค่ะ

ครีมลดจุดด่างดำ

ครีมลดจุดด่างดำ ใช้แล้วแต่ไม่จางลงสักที เป็นเพราะอะไร

ครีมลดจุดด่างดำ ไม่ค่อยได้ผล สาเหตุเกิดขึ้นจากอะไรบ้าง

คุณกำลังเจอกับปัญหานี้อยู่หรือไม่ใช้ครีมลดจุดด่างดำแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ซึ่งนั่นอาจมีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้จุดด่างดำบนใบหน้าของคุณไม่จางลงสักที ดังนั้นมาเช็กกันดูดีกว่าว่า ปัญหาที่คุณกำลังเจออยู่นั้นเป็นเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่า

1.ใช้ครีมไม่มีคุณภาพ

ครีมลดเลือนจุดด่างดำมีหลายยี่ห้อ หากเลือกครีมที่ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้ใช้แล้วไม่ได้ผล ทั้งยังอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวตามมาอีกด้วย ดังนั้นควรเลือกครีมที่มีคุณภาพสักนิดและหากผ่านการทดสอบมาแล้วว่าได้ผลจริงก็จะดีมาก

2.ทาครีมไม่ต่อเนื่อง

การรักษาจุดด่างดำไม่ว่าวิธีไหนก็ตามจะต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ดังนั้นหากคุณทาครีมลดจุดด่างดำไม่ต่อเนื่อง ทาบ้าง ลืมบ้าง หรือทาไม่ถูกวิธีก็จะทำให้ใช้แล้วไม่ได้ผล

ครีมลดจุดด่างดำ

3.เผชิญแสงแดดร้อนจัดเป็นประจำ

แสงแดดเป็นตัวการหนึ่งที่จะทำให้จุดด่างดำมีสีเข้มขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทาครีมรักษาจุดด่างดำหรือพยายามลดรอยด่างดำให้หมดไปด้วยวิธีไหนก็ตาม หากยังต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนจัดเป็นประจำ จุดด่างดำบนใบหน้าก็คงจะไม่จางลงอย่างแน่นอน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหรืออาจทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้านก็ได้

4.ผิวขาดความชุ่มชื้น

หลายคนอาจคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน แต่การที่ผิวขาดความชุ่มชื้นนี่แหละเป็นตัวการสำคัญเลยที่ทำให้จุดด่างดำไม่จางลงไปสักที แม้ว่าคุณจะใช้ครีมรักษาจุดด่างดำที่มีคุณภาพมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นควรดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้นควบคู่กับการรักษาจุดด่างดำไปด้วย โดยการดื่มน้ำให้เยอะๆ ทามอยเจอไรเซอร์ และหลีกเลี่ยงตัวการที่ทำให้ผิวขาดน้ำมากกว่าเดิม เพียงแค่นี้ก็จะรักษาจุดด่างดำได้ง่ายขึ้นแล้ว

ครีมลดจุดด่างดำ

5.พึ่งเริ่มรักษาได้ไม่นาน

ต้องบอกเลยว่าจุดด่างดำก็เหมือนกับรอยสิวที่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานมาก ดังนั้นหากคุณพึ่งเริ่มต้นรักษาได้ไม่นานก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมจุดด่างดำจึงไม่จางลงสักที เพราะฉะนั้นควรใจเย็นและรอดูผลไปก่อน ซึ่งบางคนอาจใช้เวลานาน 3-6 เดือนเลยทีเดียวกว่าจะเห็นผลได้รู้สาเหตุที่ครีมลดจุดด่างดำแล้วไม่จางลงสักทีกันแล้ว ก็ลองแก้ไขสาเหตุเหล่านี้กันดู แล้วจะทำให้คุณรักษาจุดด่างดำได้ง่ายขึ้น และอย่าลืมเลือกครีมรักษาจุดด่างดำที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผิวกันด้วย จะได้ไม่มีปัญหาตามมาอีกนั่นเอง

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

เลือกครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ที่ใช้แล้วหน้าเนียนปัง

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ไม่พังไม่ลอย ไม่ทำให้เป็นสิว เนียนธรรมชาติ

“รองพื้น” เป็นเครื่องสำอางตัวหนึ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับสาวๆที่มีปัญหาผิว เพราะมันจะช่วยปกปิดริ้วรอยบนใบหน้าได้อย่างเนียนกริบเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าจะ ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ถ้าเลือกไม่ถูก แทนที่ใบหน้าจะสวยเนียน มันอาจเปลี่ยนเป็นหน้าลอยจนสีผิวโดดออกมาจากคอได้ แค่นึกก็ไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นแล้วใช้ไหมล่ะ ดังนั้นวันนี้มาดูเคล็ดลับการเลือกครีมรองพื้นให้เข้ากับสีผิวและไม่ทำให้ผิวอุดตันกันเถอะค่ะ

1.เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ไม่ว่าจะรองพื้นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับผิวอื่นใด หากรู้จักสภาพผิวตัวเองก่อน จะช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวมากขึ้นดังนี้

– ผิวแห้ง เลือกครีมรองพื้นที่มีวิตามิน A และ E เป็นส่วนผสม เพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ แต่เนื้อรองพื้นก็ควรบางเบาเพื่อป้องกันการอุดตัน

– ผิวมัน ควรเลือกสูตรไม่มีน้ำมัน เพราะมันจะไม่เพิ่มความมันวาวให้กับใบหน้าและช่วยปกปิดริ้วรอยได้ดี

– ผิวผสม ควรใช้รองพื้นที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว แต่เวลาใช้ให้เน้นส่วนที่ผิวแห้งมากกว่าส่วนที่ผิวมัน

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

 

2.เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เพราะกิจกรรมในแต่ละวันก็ต้องรองพื้นที่แตกต่างกันไป ดังนี้

– Powder Foundation เป็นแป้งผสมรองพื้น เหมาะสำหรับพกพาไปใช้ในระหว่างวัน

– Liquid Foundation เป็นรองพื้นแบบน้ำ มีเนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายปกปิดได้ดีพอสมควร เหมาะสำหรับแต่งหน้าใสๆแบบ everyday look

– Cream Foundation รองพื้นเนื้อครีม เนื้อค่อนข้างเข้มข้น ปกปิดได้สูงมาก เหมาะสำหรับงานแต่งหน้าที่ต้องการความสมบูรณ์แบบ เช่น งานแต่งงาน แต่งออกงานต่างๆหรือแต่งเพื่อถ่ายแบบ เป็นต้น

3.อย่าเทียบกับสีมือ ปกติเวลาสาวๆจะเทสเครื่องสำอางก็มักจะเทสกับสีมือ แต่จริงๆแล้วสีของหน้ากับมือมันไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าอยากให้รองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิวหน้าให้เทสกับผิวคอหรือกรามค่ะ

4.อย่าลืมสีที่คอ ถึงแม้ตอนเทสกับผิวหน้าจะได้สีที่กลมกลืนกันแล้ว ก็อย่าลืมดูสีคอด้วย เพราะเวลาลงรองพื้น สีมันอาจจะโดดแค่บนหน้าแต่คนละสีกับคอได้ ซึ่งแทนที่จะเนียนๆปังๆ อาจจะพังแทนได้

5.เลือกสีที่เข้มกว่าผิวหน้า อันนี้เป็นเคล็ดลับง่ายๆสำหรับมือใหม่ที่ยังเลือกรองพื้นไม่ถูก ลองเทียบรองพื้นสักสองสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวดู แล้วเลือกตัวที่สีเข้มกว่าผิว เวลาใช้ค่อยใช้แป้งฝุ่นเกลี่ยให้กระจายดีกว่าใช้แล้วเสี่ยงหน้าลอย

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

สำหรับสาวๆคนไหนที่ยังงงๆไม่รู้จะเลือก ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ลองนำเคล็ดลับที่เรานำมาฝากไปใช้กันนะคะ รับรองเลือกได้เป๊ะปัง ไม่พังไม่ลอยแน่นอน สุดท้ายนี้อยากฝากการใช้รองพื้นนั้นก็เพื่อปกปิดริ้วรอย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องทาทั้งหน้าก็ได้ ทาแค่เฉพาะจุดก็พอ เวลาร้อนๆหน้าจะได้ไม่เยิ้มและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวด้วย

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

How to เลือกครีม กันแดดสำหรับคนเป็นสิว ยังไงไม่อุดตันรูขุมขน

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว ที่ใช้แล้วไม่ทำให้ผิวอุดตันมากขึ้น

สำหรับสาวๆที่มีปัญหาสิว การจะเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าสักชิ้นคงเป็นเรื่องยากมาก เพราะผิวที่เป็นสิวมักจะบอบบาง เกิดไปลองผิดลองถูกแล้วไม่เวิร์คขึ้นมาสิวก็อาจจะเห่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครีมกันแดด ที่ถ้าเลือกผิดรูขุมขนอาจอุดตันหนักกว่าเดิมจนทำให้เกิดสิวอุดตันหรืออักเสบขึ้นได้ วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับการเลือก กันแดดสำหรับคนเป็นสิว มาฝากกัน

1.เลือกครีมกันแดดชนิด Physical ซึ่งเป็นแบบ Non Chemical sunscreen นั่นเอง ครีมประเภทนี้มักมีโอกาสอุดตันผิวหน้าได้น้อย เนื่องจากล้างทำความสะอาดง่าย อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง จึงมีโอกาสทำให้แพ้ได้น้อยกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี

2.ต้องป้องกันได้ทั้งแบบ UVA และ UVB เพราะคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีแบบ UVA นั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้คอลลาเจนที่ผิวชั้นในถูกทำลาย ส่วน UVB จะปกป้องผิวชั้นนอกจากการทำร้ายของแสงแดด หากผิวถูกทำร้ายจากแสงแดดน้อยลง ก็จะเป็นผลดีต่อการรักษาสิวด้วย

3.ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะไม่ทำให้เกิดการอุดตัน ลดโอกาสในการเกิดสิว

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

4.ไม่มีสาร Paba สารตัวนี้เป็นสารเคมีที่นิยมนำมาเป้นส่วนผสมของครีมกันแดดในยุคก่อน ซึ่งมันทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว สำหรับผิวที่เป็นสิวอยู่แล้ว อาจจะมีสิวเห่อหรืออักเสบมากขึ้นได้ ดังนั้นต้องตรวจสอบให้ดีก่อนใช้ว่าครีมกันแดดตัวโปรดของตัวเองไม่มีสาร Paba

5.ไม่กันน้ำ ไม่ว่าจะครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางใดๆ ถ้ามีคุณสมบัติกันแล้วละก็จำไว้เลยว่ามันล้างออกยากมาก เวลาล้างก็อาจต้องขัดถูรุนแรง ผิวอาจถลอกหรือสิวอักเสบได้ หากล้างออกไม่สะอาดก็เพิ่มโอกาสในการเป็นสิวอุดตันอีก 

6.ไม่ผสมแป้งและรองพื้น ถึงแม้ส่วนผสมสองอย่างนี้จะช่วยปกปิดและทำให้ผิวดูนวลเนียนขึ้นได้ แต่ข้อเสียของมันคือจะไปลดประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดลง อีกทั้งทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่าย เพิ่มโอกาสในการเกิดสิวได้อีก

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

และทั้งหมดนี่ก็คือเป็นเทคนิคในการเลือกครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิวที่เรานำมาฝากกันค่ะ ในครั้งหน้าหากสาวๆที่มีปัญหาสิวคนใดต้องการซื้อครีมกันแดดแต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ก็สามารถนำเคล็ดลับพวกนี้มาใช้ได้ค่ะ สุดท้ายนี้หากเคล็ดลับเหล่านี้ใช้แล้วดี ก็อย่าลืมไปแบ่งปันความสวยให้คนอื่นด้วยนะคะ

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

เทคนิคเลือก ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วหน้าไม่ลอย

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วเนียน ใช้แล้วสวย ถูกใจคุณสาวๆ

สาวๆ หลายคนมักจะเจอกับปัญหาการทารองพื้นแล้วหน้าลอยใช่ไหม วันนี้เรามีเทคนิคการเลือกรองพื้นให้ใช้แล้วสวยเป๊ะมาแนะนำกัน ซึ่งใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ก็ต้องมาดูเทคนิคเหล่านี้กันเลย

1.ต้องรู้สภาพผิวของตนเอง

จะเลือกรองพื้นให้ใช้แล้วสวยเป๊ะ พร้อมปกปิดได้ดีก็ต้องรู้สภาพผิวของตัวเองก่อน ว่ามีสภาพผิวแบบไหน เช่น ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย เป็นต้น เพื่อจะได้เลือกครีมรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมากที่สุด

2.เลือกเนื้อรองพื้นที่ทาแล้วสวย

ครีมรองพื้นมีเนื้อครีมหลายแบบ เช่น เนื้อกำมะหยี่ เนื้อแมท ฯลฯ โดยจะเลือกแบบไหนดีนั้นก็ต้องดูให้เข้ากับตัวเองด้วย ซึ่งอาจลองทาดูก่อนก็ได้ เพื่อดูว่าทาแล้วสวยเป๊ะ หน้าไม่ลอยหรือไม่ ทั้งนี้แต่ละคนก็อาจจะเหมาะกับเนื้อรองพื้นที่ต่างกันไป

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

3.เทสรองพื้นให้ถูกจุด

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี อันนี้ตรงทดลองใช้ดูก่อน สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเทสรองพื้นที่มือหรือแขนของตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นวิธีเทสที่ผิด เพราะสีผิวจะต่างกันทำให้ได้สีรองพื้นที่ไม่เข้ากับใบหน้าได้ โดยจุดที่เหมาะกับการเทสรองพื้นมากที่สุดก็คือบริเวณช่วงกรามและคอนั่นเอง เพราะจะทำให้ได้สีรองพื้นที่ทาลงบนใบหน้าแล้วสวยจริง

4.ทดสอบสีรองพื้นด้วยหน้าสด

การจะทดสอบสีรองพื้นให้ได้สีที่เข้ากับใบหน้าอย่างลงตัวและเป๊ะที่สุดนั้น ควรทดสอบกับผิวหน้าสดๆ ที่ยังไม่ได้แต่งแต้มอะไรลงไปจะดีกว่า เพราะหากคุณแต่งหน้าแล้วไปลองเทสจะทำให้สีรองพื้นที่เห็นต่างกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง เมื่อนำมาใช้จริงก็จะทำให้ใบหน้าดูลอยหรือดรอปได้

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

5.ใช้แสงธรรมชาติเข้าช่วย

เคยสังเกตไหมว่าแสงไฟจะช่วยขับให้ใบหน้าดูผ่องขึ้น ซึ่งบางครั้งการที่คุณลองเทสเครื่องสำอางในร้านที่มีแสงไฟเต็มไปหมด อาจดูสวยก็จริง แต่เมื่อออกมาท่ามกลางแสงธรรมชาติกลับดูไม่เอ๊ะเอาซะเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะเลือกรองพื้นให้สวยหน้าไม่ลอย ก็ควรทดสอบรองพื้นท่ามกลางแสงธรรมชาติจะดีกว่า

สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหารองพื้นที่ทาแล้วโดนใจ แต่ไม่รู้จะเลือกครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ก็ลองนำ 5 เทคนิคเหล่านี้ไปใช้ในการพิจารณาเลือกรองพื้นให้เหมาะกับตัวเองกันดู แล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมเน้นเรื่องความปลอดภัยกันด้วย โดยเลือกรองพื้นสูตรอ่อนโยนต่อผิวและมี อย. รับรองความปลอดภัยนั่นเอง

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว เลือกยังไงให้เหมาะสม กับสภาพใบหน้า

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว มีเคล็ดลับในการเลือกยังไงบ้าง

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิว การจะเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับตัวเองก็เป็นอะไรที่ยากมากทีเดียว เพราะหากเลือกผิดนั่นอาจทำให้คุณมีสิวเห่อขึ้นมาเต็มใบหน้ามากกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้นมาเลือกกันแดดสำหรับคนเป็นสิวกันดีกว่า โดยมีคำแนะนำในการเลือกดังนี้

1.ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม

เพราะความมันบนใบหน้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว ดังนั้นหากเลือกครีมกันแดดที่มีน้ำมันก็จะยิ่งทำให้เป็นสิวมากกว่าเดิม ดังนั้นจึงต้องเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมันโดยเฉพาะ แล้วคุณจะหมดกังวลกับปัญหาสิวไปได้เลย แถมไม่ทำให้หน้ามันอีกด้วย

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

 

2.เนื้อครีมบางเบา

ครีมกันแดดที่มีเนื้อครีมบางเบาจะสามารถซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีและไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน จึงไม่ค่อยมีปัญหาสำหรับคนเป็นสิวมากนัก และไม่ทำให้ต้องรำคาญใจกับความเหนียวเนอะหนะของเนื้อครีมอีกด้วย ดังนั้นใครที่เป็นสิวก็ต้องเลือกกันแดดที่มีเนื้อครีมบางเบาหรือมีน้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่กันเลย

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

 

3.เลือกกันแดดชนิดเจล

จากการทดสอบพบว่ากันแดดชนิดเจลจะเหมาะกับคนที่เป็นสิวมากกว่าชนิดครีมหรือโลชั่น เพราะซึมซับได้ง่ายกว่าและมีความอ่อนโยนต่อผิว จึงไม่ทำให้มีปัญหาสิวมากวนใจอย่างแน่นอน หรือหากใครไม่ชอบแบบเจลจะใช้แบบสเปรย์แทนก็ได้เหมือนกัน

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

 

4.เป็นสูตรสำหรับคนเป็นสิว

นอกจากเลือกตามวิธีที่ได้แนะนำไปแล้ว ก็มีกันแดดสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะอีกด้วย โดยจะมีการผลิตขึ้นมาด้วยสูตรที่อ่อนโยนเพื่อคนเป็นสิวโดยตรง จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำให้สิวที่เป็นอยู่เห่อขึ้นมามากกว่าเดิมหรือไม่ แถมบางสูตรก็มีส่วนช่วยในการรักษาสิวให้หายเร็วขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทั้งกันแดดและครีมรักษาสิวเลยทีเดียว

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

 

5.ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดมากที่สุด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติในการปกป้องได้อย่างครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB ที่สำคัญควรมีค่า SPF 30+ ขึ้นไป จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดีที่สุด

กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

สำหรับใครที่เป็นสิวก็ลองเลือกกันแดดตาม 5 วิธีนี้กันดู แล้วจะได้ครีมกันแดดที่เหมาะกับตัวเองโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิวเห่อขึ้นเต็มใบหน้าอย่างแน่นอน นอกจากนี้ก็ต้องเลือกครีมกันแดดที่มี อย. และมีการรับรองด้วยว่าได้ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าปลอดภัยจริงจะได้ไม่มีปัญหาตามมานั่นเอง รวมถึงต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วยเช่นกัน

หน้าใสทำไง

หน้าใสทำไง แจกเคล็ดลับ 10 วิธีง่ายๆให้ผิวหน้าขาวใส

หน้าใสทำไง คำตอบนี้ไม่ยาก เพราะเราจะมาบอกคุณว่าทำยังไง

สิว คือศัตรูตัวฉกาจของผิวหน้า เพราะนอกจากต้องมารบรากับสิวแล้วยังต้องมาตามกวาดล้างรอยแผลเป็นที่สิวทิ้งไว้ให้ด้วย หลังต้องเผชิญกับปัญหาผิวมานานจนท้อใจ จนสงสัยว่าอยาก หน้าใสทำไง วันนี้เรามี 10 เคล็ดลับดีๆที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวมาฝากกัน

1.ห้ามล้างหน้าบ่อย เพราะมันจะทำให้ผิวบอบบางขึ้น ทั้งยังไปกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นด้วยเพราะคิดว่าใบหน้าแห้งเกินไป ซึ่งมันเพิ่มโอกาสในการเป็นสิวอุดตันมากขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าใบหน้ามันมากก็ใช้ทาแป้งและใช้ทิชชู่ซับเบาๆพอ

2.ห้ามนอนดึก การนอนสำคัญกับสุขภาพผิวมาก ควรนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม เพราะถ้าคุณบำรุงดีแค่ไหน แต่ถ้านอนดึกนอนน้อย การบำรุงก็แทบไม่มีประโยชน์เลย

หน้าใสทำไง

 

3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร อย่าดื่มครั้งละเยอะๆ แต่ค่อยๆจิบตลอดวัน จะช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกมาได้ดี ผิวก็จะใสและดูอิ่มน้ำมากขึ้นนั่นเอง

4.ลดอาหารในกลุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงการทานอาหารบางชนิดที่อาจกระตุ้นให้เป็นสิวมากขึ้นได้ เช่น อาหารไขมันสูง อาหารรสจัด ช็อคโกแลต เป็นต้น

หน้าใสทำไง

 

5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ผิวหน้าก็จะใส เปล่งปลั่งแลดูมีเลือดฝาดมากขึ้น

6.ห้ามบีบสิว เมื่อสิวขึ้นให้ดูแลผิวหน้าตามปกติ แต่อาจจะระวัดระวังมากขึ้นหน่อยบริเวณที่เป็นสิว และห้ามบีบ แคะ แกะ เกาสิวโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสิวอาจอักเสบหรือทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ได้

หน้าใสทำไง

 

7.ทาครีมกันแดด เพราะแสงแดดเป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายผิว นอกจากจะทำให้ใบหน้าหมองคล้ำลงแล้วยังทำให้เป็นสิวได้ด้วย แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ขึ้นไปถ้าอยู่ในร่ม แต่ถ้าออกไปเจอแดดแรงๆ ต้องใช้แบบที่มีค่า SPF 30+ ขึ้นไปถึงจะเอาอยู่ค่ะ

8.แยกผ้าเช็ดหน้ากับผ้าเช็ดตัวออกจากกัน ถ้าทำไม่ได้ให้ใช้ทิชชู่ซับหน้าแทนหลังล้างหน้าเพราะผ้าเช็ดหน้าก็เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ อย่าลืมทำความสะอาดผ้าห่ม ผ้าปูที่หมอนและปลอกหมอนอยู่เป็นประจำด้วยเพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค

หน้าใสทำไง

 

9.ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบถ้วน 5 หมู่ ทานผักผลไม้เยอะๆ อาหารที่ดีจะช่วยบำรุงให้ผิวใสได้จากภายในสู่ภายนอก

10.ทาครีมบำรุงผิวอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มสารอาหารให้ผิว ช่วยผิวหน้าแข็งแรงและกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของเราด้วยนะคะ

หน้าใสทำไง

จะเห็นได้ว่าแต่ละข้อนั้นทำตามได้ง่ายมาก เน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นหลักและเพิ่มการบำรุงอีกนิดหน่อย ทุกคนก็จะได้ผิวสวยๆกลับมาจนไม่ต้องมาเผชิญกับคำถามที่ว่าอยากหน้าใสทำไงดีกันอีกต่อไป

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้าทำไงดี แจกวิธีรักษาฝ้าจากธรรมชาติ

หน้าเป็นฝ้า ไม่ต้องกังวลไป เรามีวิธีจัดการปัญหานี้มาฝากคุณ

ฝ้า เป็นอีกหนึ่งปัญหาของผิวพรรณที่สร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจไม่น้อย เพราะว่ามันเห็นได้ชัดมาก และรักษานานมากกว่าจะหายขาด แต่ก็ใช่ว่าจะรักษาไม่ได้ เพียงแค่ต้องอดทนและให้เวลาหน่อยเท่านั้น ใครที่หน้าเป็นฝ้าละอยากกลับมาหน้าขาวใจ วันนี้เรานำวิธีรักษาฝ้าจากธรรมชาติมาแจกกันค่ะ

ฝ้า (Malasma) เกิดจากการที่เม็ดสีเมลามินถูกผลิตมากเกินไป ทำให้สีผิวบริเวณเข้มมากขึ้นจนเห็นได้ชัด ฝ้ามีความคล้ายคลึงกับ “กระ” มาก แตกต่างกันตรงฝ้านั้นมีขนาดใหญ่มากกว่าและสามารถขึ้นทั่วทุกที่บนใบหน้า ส่วนปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดฝ้านั้นมีหลายประการ เช่น แสงแดด ฮอร์โมน อายุ เครื่องสำอาง การทานยาบางชนิด เป็นต้น โดยคนเรามักจะเริ่มเป็นฝ้ากันเมื่ออายุได้ประมาณ 30 ปีขึ้นไป

 

วิธีรักษาฝ้าจากธรรมชาติ

มีวัตถุดิบมากมายจากธรรมชาติที่จะช่วยรักษาหน้าเป็นฝ้าให้ผิวกลับมากระจ่างใสขึ้นได้ หากต้องการรักษาด้วยตนเองก่อนหรือไม่อยากพึ่งพาสารเคมี สามารถลองวิธีดังต่อไปนี้ได้

1.หัวไชเท้า ล้างหัวไชเท้าให้สะอาด นำมาปอกเปลือกแล้วปั่นหยาบ อาจผสมกับน้ำผึ้งหรือนมสดก็ได้ จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-20 นาทีขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน อาจจะรู้สึกแสบยิบๆในขณะพอกเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าแสบมากเกินไปก็ไปล้างออกได้เลย ช่วงแรกแนะนำให้ทำวันเว้นวัน เมื่อฝ้าจางลงแล้วค่อยเว้นระยะห่างค่ะ สูตรนี้ใช้รักษาฝ้าได้ดีมาก แถมยังช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย แต่ว่าคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้งไม่ควรใช้สูตรนี้

หน้าเป็นฝ้า

 

2.แอปเปิ้ลไซเดอร์ คือน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ได้ดี ใช้แล้วช่วยให้ผิวนุ่ม กระจ่างใสและฝ้าจางลงได้ นำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย ใช้สำลีชุบแล้วบิดแค่หมาด แล้วเอามาเช็ดวนบริเวณที่เป็นฝ้า 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรทำแค่ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ก็พอเพราะมีความเป็นกรดค่อนข้างสูง

หน้าเป็นฝ้า

 

3.มะขาม เป็นสมุนไพรแบบไทยๆที่อุดมไปด้วยกรด AHA จากธรรมชาติ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่เนียนใสมากขึ้น ช่วยให้รอยฝ้าแลดูจางลงได้ นำมะขามเปียกไปผสมกับน้ำให้พอข้นแล้วเอามาพอกบริเวณที่หน้าเป็นฝ้าทิ้งไป 5 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

หน้าเป็นฝ้า

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีรักษาฝ้าที่นำมาฝากกัน ทำตามไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ อย่างไรก็ตามการป้องกันย่อมดีกว่าการมานั่งรักษา ดังนั้นแนะนำให้ป้องกันไว้ก่อนโดยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับแสงแดด ถ้าแดดแรงมาก็ทาวันละ 2 ครั้ง และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้หน้าเป็นฝ้า เช่น รังสีจากจอ ไอร้อนจากเตา เครื่องสำอางที่มีน้ำหอมเป็นส่วนผสม เพียงเท่านี้ก็มีผิวหน้าขาวใส ห่างไกลฝ้าแล้วค่ะ

หน้าใสทำไง

หน้าใสทำไง ใช้ครีมบำรุงหน้าใส จะได้ผลจริงหรือป่าว

หน้าใสทำไง ถ้ามใช้ครีมหน้าใส ช่วยให้หน้าใสได้จริงไหม อยากรู้จังเลย

เชื่อว่าสาวๆ ทุกคนก็คงอยากมีใบหน้าขาวใสที่ใครเห็นก็ต้องสะดุดตาทันที แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีนี่สิ ซึ่งแม้ว่าจะมีครีมหน้าใสออกมาวางขายมากมาย แต่ก็ยังคงมีข้อข้องใจกันว่า หน้าใสทำไง ครีมหน้าใสช่วยได้จริงหรือไม่ ก็ต้องตอบเลยว่าหากคุณเลือกครีมหน้าใสของแท้ที่มีคุณภาพดีจริง และได้รับการรับรองแล้วว่าปลอดภัย ใช้แล้วหน้าใสชัวร์ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน แต่หากคุณเลือกครีมหน้าใสที่ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีแบรนด์หรือแหล่งผลิตที่แน่ชัด ทั้งยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยอีกด้วย แบบนี้ก็เป็นไปได้ว่าจากหน้าใสจะกลายเป็นหน้าพังแทนได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะเลือกใช้ครีมหน้าใสยี่ห้อไหนดีก็ต้องเลือกที่ปลอดภัยและมีคุณภาพด้วย

หน้าใสทำไง

 

ใช้ครีมหน้าใสจะได้ผลลัพธ์เร็วแค่ไหน

สำหรับผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้ครีมหน้าใสก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าบางครั้งใช้ครีมหน้าใสยี่ห้อเดียวกันแบบเดียวกัน แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ช้าเร็วแตกต่างกันไป โดยปัจจัยที่มีผลได้แก่

  • การสัมผัสแสงแดด หน้าใสทำไงท่องไว้เลยว่าต้องอย่าให้หน้าโดนแดด เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ แม้ว่าจะใช้ครีมหน้าใสทุกวันแต่ถ้าต้องเจอกับแสงแดดเป็นประจำ ก็อาจได้ผลช้าหรือแทบไม่ได้ผลเลย
  • การดูแลทำความสะอาดผิวหน้า โดยหากคุณล้างหน้าให้สะอาดหมดจดอย่างถูกวิธีก็จะช่วยให้หน้าใสง่ายขึ้นไปอีก แต่ถ้าละเลยการล้างทำความสะอาดผิวหน้าแล้วล่ะก็ การจะทำหน้าใสได้นั้นคงเป็นอะไรที่ยากมากทีเดียว
  • การเลือกครีมให้เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งหากคุณเลือกครีมได้เหมาะสมก็จะทำให้ผิวหน้าใสปิ๊งเร็วขึ้น แต่ถ้าเลือกไม่เหมาะก็จะได้ผลช้าหรืออาจเกิดการระคายเคืองจนมีปัญหาผิวตามมาได้

หน้าใสทำไง

 

ควรเลือกครีมหน้าใสอย่างไรดี

จะเลือกครีมหน้าใสอย่างไรดีให้ใช้แล้วได้ผลดีจริง ไม่ยาก แค่เลือกครีมให้เหมาะกับตัวเอง มีการรับรองความปลอดภัยและคุณภาพของครีม ที่สำคัญควรเป็นครีมหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะนั่นจะการันตีได้ในระดับหนึ่งว่าครีมหน้าใสยี่ห้อนั้นดีจริงแน่นอน หน้าใสทำไงไม่ยากเลยใช่ไหมแค่เลือกใช้ครีมหน้าใสที่มีคุณภาพดีจริงเท่านั้น อยากไรก็ตามจะต้องดูแลผิวพรรณให้ดีและทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวด้วย เพื่อบำรุงผิวหน้าให้ขาวใสจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้า รักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติง่ายๆ ได้ผลจริง

เลือกใช้วิธีรักษา หน้าเป็นฝ้า ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติใกล้ตัว ที่ราคาไม่แพง

หน้าเป็นฝ้า ปัญหาที่สาวๆ หลายคนมักจะเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเป็นแล้วมักจะรักษาให้หายได้ยาก และยังทำให้ใบหน้าหมดสวยอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีรักษาฝ้าแบบง่ายๆ ที่ทำแล้วได้ผลจริงมาแนะนำกัน โดยจะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

1.รักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า

การรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า ให้คุณนำมาปอกเปลือกก่อนแล้วบดแบบหยาบๆ จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 10 นาที เมื่อทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็จะทำให้ฝ้าค่อยๆ จางลง และเผยผิวที่ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอมากกว่าเดิม ทั้งนี้อาจปิดท้ายด้วยการเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์สักนิดก็ได้ เพื่อทำความสะอาดผิวให้หมดจดและกระชับรูขุมขนไปในตัว

หน้าเป็นฝ้า

 

2.รักษาฝ้าด้วยไข่ขาว

ต้องบอกเลยว่าประโยชน์ด้านความงามของไข่ขาวนั้นมีมากมายจริงๆ นอกจากจะช่วยรักษาสิวและลดรอยดำจากสิวได้ดีแล้ว ก็สามารถนำมาใช้รักษาฝ้าได้อีกด้วย โดยให้นำไข่ขาวมาทาบริเวณที่เป็นฝ้าให้ทั่ว จากนั้นทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วจึงล้างออก เพียงแค่นี้ก็จะแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้าได้อย่างง่ายดายที่สุด

หน้าเป็นฝ้า

 

3.รักษาฝ้าด้วยใบบัวบก

ใบบัวบกไม่ได้มีสรรพคุณแค่แก้ช้ำในเท่านั้น แต่ยังเป็นสมุนไพรชั้นดีที่นิยมนำมาใช้รักษาฝ้าอีกด้วย โดยให้นำใบบัวบกมาปั่นกับน้ำเล็กน้อย แล้วนำน้ำใบบัวบกที่ได้มาใช้แทนโทนเนอร์โดยเช็ดหน้าก่อนนอนเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าฝ้าที่เคยหนาจนเห็นได้ชัดจะค่อยๆ จางลงจนแทบไม่เหลือร่องรอยอีกเลย

หน้าเป็นฝ้า

 

4.รักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้

เคยใช้ว่านหางจระเข้รักษาฝ้ากันหรือยัง ต้องบอกเลยว่าได้ผลดีมาก โดยให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกให้หมด แล้วนำเยื่อในที่ได้ไปปั่นจนละเอียด เสร็จแล้วให้นำมาพอกบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 15 นาที ซึ่งวิธีนี้ให้ทำแค่สัปดาห์ละ 2 ครั้งเท่านั้นก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้วล่ะ แต่ก่อนนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกอย่าลืมแช่น้ำด้วย เพื่อให้ยางสีเหลืองๆ ไหลออกมาจนหมดก่อนนั่นเอง

หน้าเป็นฝ้า

การรักษาหน้าเป็นฝ้าไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการกำจัดฝ้าด้วยวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด และสามารถทำได้ด้วยตัวเองก็ต้องลองวิธีเหล่านี้กันเลย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักนิดแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว ส่วนใครที่ต้องการรักษาฝ้าให้หมดไปแบบเร่งด่วน ก็อาจใช้วิธีการลอกฝ้าด้วยกรด การยิงเลเซอร์ หรือฉีดเมโสรักษาฝ้าได้เหมือนกัน เพียงแต่จะมีค่าใช้จ่ายพอสมควรและต้องทำอย่างต่อเนื่องนั่นเอง