หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้า รักษาได้ไม่ยาก ด้วยการทำ IPL

หน้าเป็นฝ้า หายช้า ไม่รู้จะทำยังไงลอง ทำ IPL ดูก่อนดีไหม

ปัญหาฝ้าจะหมดไป แค่คุณทำ IPL อีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่เพื่อความงามของสาวๆ ที่จะช่วยรักษาฝ้าอย่างรวดเร็วทันใจ แถมยังทำให้ใบหน้าดูกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งใครที่ หน้าเป็นฝ้า ก็ลองมาทำ IPL กันดู แล้วจะได้ผลลัพธ์ที่โดนใจคุณอย่างแน่นอน

การรักษาฝ้าด้วย IPL คืออะไร

การทำ IPL เพื่อรักษาฝ้านั้น ก็จะคล้ายกับการทำเลเซอร์นั่นเอง โดยจะใช้แสงจาก IPL ยิงไปบนผิวหน้าบริเวณที่เป็นฝ้า เพื่อให้ความร้อนเข้าไปทำลายเม็ดสีผิวเมลานิน ซึ่งจะทำให้ฝ้าค่อยๆ จางลงไป จนทำให้ผิวดูเรียบเนียน และสีผิวมีความสม่ำเสมอกันมากขึ้น

หน้าเป็นฝ้า

ต้องทำ IPL กี่ครั้ง

การรักษาฝ้าด้วย IPL ให้ได้ผลดีนั้น จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยให้ทำทุกๆ 2 สัปดาห์ จนกว่าฝ้าจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงเปลี่ยนมาทำทุก 1-2 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าปรากฎชัดขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามการรักษาฝ้าด้วยวิธีนี้จะต้องมีค่าใช้จ่ายพอสมควรเช่นกัน ดังนั้นก่อนรักษาก็ลองปรึกษากับหมอที่ทำดูก่อน และประเมินตนเองว่ามีงบประมาณพอที่จะทำ IPL อย่างต่อเนื่องหรือไม่

ทำ IPL แล้วหายขาดหรือเปล่า

ถึงแม้ว่าการทำ IPL จะทำให้ฝ้าจางลงอย่างรวดเร็วและได้ผลดีมาก แต่ก็ไม่ทำให้หายขาด นั่นหมายความว่าหากคุณดูแลตัวเองไม่ดี โอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเป็นอีกก็มีสูงมาก ดังนั้นควรดูแลตัวเองและปกป้องผิวหน้าของคุณจากแสงแดดควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเป็นฝ้าอีกนั่นเอง

ข้อดีของการทำ IPL

การรักษาฝ้าสามารถทำได้หลายวิธี แต่ทำไมหลายคนจึงเลือกที่จะทำ IPL นั่นก็เพราะวิธีนี้เห็นผลเร็วมาก ที่สำคัญทำแล้วไม่เจ็บ ไม่ต้องทายาชา และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ สำหรับผลข้างเคียงก็น้อยมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น โดยอาจมีรอยแดงบริเวณที่ทำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะหายเป็นปกติภายใน 1-2 ชั่วโมง จึงหมดกังวลไปได้เลย นอกจากนี้ก็ยังไม่เคยมีรายงานว่าคนที่ทำ IPL แล้วมีปัญหาตามมาแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นหากคุณกำลังมองหาวิธีรักษาฝ้า ก็ลองใช้วิธีนี้กันดูสิ รับรองได้ผล

หน้าเป็นฝ้า

หน้าเป็นฝ้า รักษาได้ง่ายๆ ด้วยการทำ IPL ซึ่งใครมีปัญหาฝ้าก็ลองมาทำวิธีนี้กันดู แต่ถ้างบน้อย ก็ยังมีวิธีการรักษาฝ้าวิธีอื่นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาทารักษาฝ้า การใช้สูตรรักษาฝ้าจากธรรชาติ หรือการลอกฝ้าด้วยกรด AHA ซึ่งคุณสามารถเลือกวิธีรักษาฝ้าได้ตามต้องการกันเลย

สบู่ใช้แล้วขาว

สบู่ใช้แล้วขาว เลือกอย่างไร จึงจะปลอดภัยต่อผิวพรรณ

สบู่ใช้แล้วขาว ใช้แล้วดี เขามีวิธีเลือกกันยังไงบ้างนะ

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวขาวนอกจากครีมแล้ว สบู่ก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ใช้ครีมผิวขาวอยู่แล้ว คงจะอยากได้ สบู่ใช้แล้วขาว มาเป็นตัวช่วยเพิ่มเติมด้วย แต่สบู่มันก็มีหลายแบบ หลายสูตร จะเลือกอย่างไรถึงจะปลอดภัยและเหมาะกับสภาพผิว มาดูกันค่ะ

1.สารสกัดบำรุงผิวขาว สบู่ในปัจจุบันมีสูตรหลากหลายมากๆ เช่น สบู่ฆ่าเชื้อ สบู่รักษาสิว สบู่ผิวใส สบู่ผิวขาว สบู่ธรรมดาทั่วไป เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนผสมสำคัญแตกต่างกัน สบู่ใช้แล้วขาวควรมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใสมากขึ้น เช่น

อาร์บูติน เป็นสารสกัดยอดนิยมและปลอดภัยสุดๆตัวหนึ่ง มักสกัดได้จากผลไม้บางชนิด เช่น มัลเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ เป็นต้น มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเม็ดสีเมลานินบนผิว ช่วยให้ขาวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่กัดผิว ไม่ทำให้ผิวบาง

กลูต้าไธโอน เป็นอีกส่วนผสมยอดนิยมที่มักถูกใส่ลงไปในสบู่ผิวขาวด้วย เพราะว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการทำงานของเอนไซม์ไทรโรซีเนส เป็นเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดสีผิว แต่สบู่ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนจะช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างช้าๆ เป็นธรรมชาติ เห็นผลช้ากว่าอาร์บูตินและไม่กัดผิวเช่นเดียวกัน

กรดโคจิก เป็นกรดชนิดหนึ่งที่มักพบได้ในพืชกลุ่มเห็ดรา มีฤทธิ์ช่วยลดการสร้างเซลล์เม็ดสีผิว ช่วยให้ผิวค่อยๆขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ การใส่กรดโคจิกในสบู่ควรใส่แค่ 1-4% จึงจะปลอดภัยต่อผิว นอกจากช่วยในเรื่องผิวขาวแล้ว ยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ยับยั้งการเจริญโตของแบคทีเรีย จึงมีส่วนช่วยในการรักษาสิวนั่นเอง

สบู่ใช้แล้วขาว

 

2.เลือกให้เหมาะกับผิว สำรวจสภาพผิวตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วเลือกใช้สบู่อย่างเหมาะสม ดังนี้

ผิวแห้ง เหมาะสำหรับสบู่ที่มีลักษณะใส เพราะว่าจะมีแค่กลีเซอรีน มอยส์เจอร์ไรเซอร์และสารอื่นๆอีกเล็กน้อย ซึ่งช่วยทำความสะอาดผิวได้ดี หลังล้างไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไปเพราะไขมันบนผิวไม่ถูกชะล้างออกไปจนหมด ถ้าเลือกสบู่ใสที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกหรือเคเมเลียได้จะดีมาก เพราะน้ำมันสองชนิดนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันธรรมชาติบนผิว

ผิวมัน เลือกสบู่ที่สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและไม่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะว่าผิวมันอยู่แล้ว ยิ่งใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วย อาจอุดตันและเป็นสิวมากกว่าเดิมได้

ผิวแพ้ง่าย ต้องใส่ใจในการเลือกสบู่มากๆ โดยสบู่สำหรับคนผิวแพ้ง่ายต้องไม่มีสารอันตรายต่อผิว ไม่มีน้ำหอมฉุน มีค่า pH. เป็นกลาง ถ้าไม่รู้จะเลือกอย่างไร แนะนำให้ใช้สบู่เด็กอ่อนค่ะ

3.สบู่ต้องใช้กับผิวหน้าได้ ถ้าเน้นในเรื่องหน้าขาว สบู่ที่จะใช้ต้องระบุว่าใช้กับผิวหน้าได้ เพราะผิวบอบบางระคายเคืองง่ายกว่าผิวกาย หากซื้อสบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรงมาใช้ แทนที่จะสวยจะกลายเป็นพังได้ค่ะ

สบู่ใช้แล้วขาว

และนี่ก็เป็นเคล็ดลับง่ายๆในการเลือกซื้อสบู่ใช้แล้วขาวค่ะ เห็นไหมว่าไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่ต้องใส่ใจและระมัดระวังเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามปัจจุบันสบู่ผิวขาวผลิตออกมาให้เลือกใช้หลากหลายแบรนด์ ซึ่งบางแบรนด์ก็อาจมีสารอันตรายเป็นส่วนผสมอยู่ ดังนั้นหลีกเลี่ยงสบู่ที่โฆษณาเกินจริง เช่น ขาวไว ขาวถาวร เป็นต้น หรือสบู่ที่ข้อมูลไม่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีอะไรมาการันตีเลยว่ามันจะปลอดกับเราจริงหรือเปล่า

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว ควรจะเลือกอย่างไรดีนะ บอกให้ที

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว เขามีวิธีเลือกกันยังไงหรอ อยากรู้จังเลย

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว มีวิธีการเลือกอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสิว กันก่อน “ สิว” เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่มีการอุดตันไปด้วยน้ำมัน และเซลล์ผิวหนังที่ตายที่ไม่สามารถขับออกมากได้ ทำให้เกิดการอักเสบ บวมแดง มีหนองเป็นจุดเล็กๆ หรือ บางทีก็บวมแดงเป็นบริเวณกว้าง  ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่มาก เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก หลัง ไหล่ หรือหนังศีรษะก็เป็นได้  สิวจะเกิดมากที่สุดในช่วงวัยรุ่นเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่บางครั้งก็พบได้ในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากฮอร์โมนไม่คงที่ หรือมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่อาจทำให้เกิดสิว เราจะมาตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว และ ประเภทของสิว กันค่ะ

ตัวอย่างปัจจัยที่อาจทำให้เกิดสิวได้

  • ฮอร์โมน (Androgen) จะผลิตออกมามากในช่วงที่เป็นวัยรุ่น
  • การผลิตไขมันมากขึ้น หรือ การอุดตันของต่อมไขมัน
  • กรรมพันธุ์ พบว่าครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นสิวลูกก็จะเป็นสิวด้วย
  • การทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่สะอาดเพียงพอ
  • สภาพภูมิอากาศ เช่น อากาศหนาวทำให้ผิวแห้งเกินไป อากาศร้อนทำให้ผิวมันเกินไป
  • อารมณ์คนที่มีอารมณ์แปรปรวนจะเกิดสิวได้ง่าย
  • การใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ
  • การเลือกครีมบำรุงผิวที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว
  • การทำให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก
  • ระบบขับถ่ายไม่ปกติ เช่น คนท้องผูกสิวจะขึ้นง่าย
  • ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

ประเภทของสิว มี 7 ประเภท

  • สิวหัวดำ
  • สิวหัวขาว
  • สิวอุดตัน/สิวเสี้ยน
  • สิวอักเสบแดงเป็นก้อน
  • สิวตุ่มแดง
  • สิวหัวหนอง
  • สิวหัวช้าง
  • สิวเทียม สิวผด  สิวหิน

เมื่อเราทำความรู้จักกับ สิว มาพอสังเขปแล้ว ต่อไปเราจะมาดูกันว่าถ้าเกิดเป็นสิวขึ้นมาแล้ว เราจะมี

วิธีการดูแลผิวหน้าอย่างไร และ มีวิธีการเลือกครีมบำรุงผิว และครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิว อย่างไร

วิธีการดูแลผิวเป็นสิว

  • ใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรกออกจากผิวหน้าก่อนล้างหน้าทุกครั้ง
  • ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน อย่างเบามือไม่ถูหน้าแรงๆ
  • ทายาแต้มสิว
  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยซีรั่มสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

การเลือกครีมกันแดดสําหรับคนเป็นสิว

  • ครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมัน(Oil free) เพื่อลดการอุดตัน
  • ครีมกันแดดจะต้องปลอดจากสารParaban และต้องเป็นแบบ Non – Chemical sunscreen เนื่องจากทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิว และล้างทำความสะอาดได้ยาก
  • เลือกครีมกันแดดที่ไม่ส่วนผสมของรองพื้น และ ต้องเป็นครีมกันแดดที่ไม่กันน้ำ เพราะจะทำให้ล้างออกยากเกิดการอุดตันได้ง่าย
  • เลือกครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม และ แอลกฮอล์
  • เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันแดดได้ทั้งUVA/UVB

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เนื่องจาก สภาพผิวคนเป็นสิวมีความบอบบาง แพ้ง่าย ถ้าต้องถูกแสงแดด แรงๆ โดยที่ไม่มีการปกป้องก็จะทำสิวลุกลามมากยิ่งขึ้น ควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพของการกันแดดที่ดีและปลอดภัยเพื่อสุขภาพที่ดีต่อไปค่ะ

หน้าใสทําไง

หน้าใสทําไง ไปดู 10วิธีหน้าใส และสูตรพอกหน้าด้วยมะขามกัน

หน้าใสทําไง เราจะมาบอกเคล็ดลับ พร้อมสูตรมะขามเปียกพอกหน้า

หน้าใสทําไง หลายๆคนก็คงจะมีความปรารถนาที่จะมีผิวที่ใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย รูขุมขนกระชับ ไม่มีรอยเหี่ยวย่น เปรียบประดั่งผิวเด็กตลอดเวลา  แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ ถึงจะมีผิวหน้าที่สวยใส ได้ วันนี้เรามี  10  เคล็ดลับดีๆมาฝากกันค่ะ ถ้าอยากรู้ต้องทำตามนี้เลยค่ะ

1.รู้จักเลือกกิน

  • กินผักผลไม้ให้หลากหลายอย่างน้อยวันละ 400 กรัม
  • ดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ
  • รับประทานเนื้อสัตว์ จำพวกปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทู ปลาเซลมอน ปลาซาดีน
  • รับประทานโปรตีนจำพวก ไก่และไข่
  • รับประทานธัญพืช
  • ดื่มน้ำมะเขือเทศ และ อาจเสริมด้วยวิตามินอื่นๆบ้างตามความเหมาะสม
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ

2.ต้องไม่นอนดึก นอนไม่เกิน 4 ทุ่ม เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองหลังต้องเจอกับมลภาวะมาทั้งวัน หน้าใสทําไงสำหรับนี้น่าจะง่ายที่สุด

3.ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที  กระตุ้นคอลลาเจนได้นะคะ

4.ไม่ใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ

5.ล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด เลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว

6.หมั่นสครับผิวหน้าบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่าสครับบ่อยเกินไปจะเป็นการรบกวนผิวหน้าได้

7.เลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง

 8.เลือกครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวหน้าของตัวเอง

9.ทาครีมกันแดด ทุกวัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ออกไปเจอแสงแดดก็ตามเนื่องจากแสงไฟภายในห้อง หรือ ที่ทำงานก็มีผลกับผิวหน้าของเราเหมือนกัน

10.รู้จักพกร่ม และ หมวกไว้บ้างเมื่อออกไปข้างนอก เพราะครีมกันแดดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอกับสภาพแดดของประเทศไทย

หน้าใสทําไง

 

นอกจากเคล็ดลับ 10 ข้อแล้ววันนี้เราก็มี สูตรมาร์คหน้าให้ผิวใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย มาฝากกันด้วยค่ะ

1.สูตรมาร์คหน้าขาวกระจ่างใส ด้วยมะขามเปียก

ส่วนผสม :  มะขามเปียก 1 ก้อนเล็ก , น้ำผึ้ง  1 ช้อนโต๊ะ ,มะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ :  คั้นน้ำมะขามเปียกเอาแต่น้ำข้นๆ ใส่น้ำผึ้ง และ มะนาวลงไป ตามสัดส่วน คนให้เข้ากัน

วิธีใช้ : นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 5 – 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

หน้าใสทําไง

2.สูตรมาร์คหน้าขาวใส ด้วยมะเขือเทศและโยเกิร์ต

ส่วนผสม : มะเขือเทศปั่นละเอียด  4  ช้อนโต๊ะ  ,โยเกิร์ตรสธรรมชาติ   2  ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ : นำมะเขือเทศปั่นละเอียดกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ใส่ในชามผสม  คนให้เข้ากัน

วิธีใช้ : นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน ช่วยเผยผิวกระจ่างใสได้ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับเคล็ดลับดีๆ ที่นำมาฝากทุกท่านที่อยากรู้หน้าใสทําไง  คงจะได้มีแนวทางไปปฏิบัติตามกันได้อย่างไม่ยากจนเกินไปใช่ไหมคะ อย่างไรก็ขอให้ทุกคนมีสุขภาพผิวหน้าที่สวย ใสไร้ริ้วรอย ดั่งผิวเด็กน้อยกันทุกคนนะคะ แล้วพบกันใหม่กับเคล็ดลับดีๆในตอนต่อไปค่ะ

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

วิธีเลือก ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด สำหรับคุณทำอย่างไรบ้าง

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด ใช่ว่าจะดูที่ส่วนผสม หรือคนนิยมใช้เพียงอย่างเดียว

เวลาที่คุณต้องการที่จะซื้อ ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด สักชิ้นคุณมีวิธีการเลือกอย่างไรบ้างคะ เนื่องจากครีมในท้องตลาดตอนนี้มีมากมายเหลือเกิน จนเลือกไม่ถูก วันนี้เรามีวิธีการเลือกครีม เพื่อให้คุณมีผิวหน้าที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ ไม่เสี่ยงสารเคมีอันตรายที่แฝงมากับครีมกันค่ะ

วิธีการเลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุด สำหรับคุณ

1.สภาพผิวหน้า  ก่อนที่เราจะไปเลือกครีมบำรุง เราควรรู้สภาพผิวหน้าของเราก่อนเพื่อจะได้เลือกครีมบำรุงผิวหน้าได้อย่างถูกต้อง

 แบ่งออกเป็นใหญ่ๆได้ 4 ประเภท คือ

  • ผิวธรรมดา ผิวไม่มัน ไม่แห้ง รูขุมขนเล็กเนียนเหมือนผิวเด็ก การใช้สกินแคร์ จะเน้นสภาพอากาศเป็นหลัก เนื่องจากสภาพผิวมีสภาพสมดุลอยู่แล้ว
  • ผิวมัน ผิวจะมีน้ำมันออกมาทั่วใบหน้า ใบหน้ามันวาว สัมผัสแล้วรู้สึกเหนอะหนะ รูขุมขนกว้างเนื่องจากสภาพผิวมันจะมีปัญหาค่อนข้างมาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำ เช่น เจล ซีรั่ม จะได้บางเบาไม่อุดตันง่าย
  • ผิวแห้ง ผิวจะมีลักษณะแห้ง ตึง เมื่อลูบดูจะรู้สึกลอกเป็นขุย รู้สึกสากหรือหยาบกร้านสภาพผิวแห้งจะผลิตน้ำมันออกมาน้อย จึงแนะนำครีมที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น หรือ เนื้อปาล์ม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ผิวผสม จะมีทุกสภาพผิวผสมกัน คือ ผิวมันช่วงหน้าผาก จมูก คาง แต่ช่วงแก้มจะแห้งควรใช้ครีมที่เนื้อเจลหรือซีรั่มเพื่อให้ซึมง่ายไม่มันในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืนใช้เป็นเนื้อครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

เทคนิคการตรวจสอบสภาพผิวหน้า

  1. ล้างเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกบนใบหน้าออกให้หมด
  2. หลังล้างหน้าไม่ต้องทาครีมบำรุงใด รอ 2 ชั่วโมง
  3. แล้วสังเกตดูว่าสภาพผิวเราเป็นแบบใด

2.ลักษณะเนื้อครีม

  • โลชั่น เนื้อครีมจะบางเบา เกลี่ยง่าย มีส่วนผสมของน้ำเป็นหลักผสมกับน้ำมันเล็กน้อย      จึงทำให้ซึมเข้าสู่ผิวง่าย
  • เนื้อครีม เป็นลักษณะที่ข้นมากกว่าลักษณะครีมอื่นๆ มีส่วนผสมของน้ำมันเป็นหลัก จึงซึมเข้าสู่ผิวยากกว่าเนื้อครีมลักษณะอื่นๆ
  • เนื้อซีรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากครีมและโลชั่น มีลักษณะใสคล้ายน้ำแต่จะมีความเหนียวอยู่ ซีรั่มส่วนใหญ่จะมีเนื้อที่บางเบา ซึมเร็ว ไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า ในการใช้จะใช้เพียง 3 – 4 หยดเท่านั้นจะเรียกได้ว่าเป็นครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุดอีกตัวเลยก็ว่าได้
  • เนื้อเจล เป็นผลิตภัณฑ์สีใสๆให้ความชุ่มชื้นสูงเพราะมีสารประกอบPolymer ที่มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้เป็นอย่างดี มักนิยมมาใช้ทำ Sleeping Gel, Eye cream
  • อีมัลชั่น มีความผสมผสานกันระหว่างเนื้อเจลและเนื้อโลชั่น ปัจจุบันได้รับความนิยมมากเนื่องจากมีความเข้มข้น แต่ไม่มากจนเกินไปซึมง่ายแต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง นิยมนำมาใช้หลังทาซีรั่ม
  • เอสเซ้นส์ ส่วนผสมหลักของเอสเซ้นส์จะเป็นน้ำ ปัจจุบันนิยมกันอย่างมากด้วยลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมเข้าสู่ผิวง่าย ทำให้ได้รับประโยชน์จากการบำรุงได้เต็มที่

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

3.อ่านฉลากส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง เพื่อดูวันเดือนปีที่ผลิต  มาตรฐานคุณภาพสินค้า ว่ามีแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้หรือไม่

4.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ โดยเฉพาะผิวที่แพ้ง่ายและเป็นสิวควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ไม่ระคายเคืองต่อผิว เช่น  แอลกฮอล์ หรือ น้ำหอม

5.ควรซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กมาลองใช้ก่อน หรือ ทดสอบผิวก่อนการใช้ว่าแพ้หรือไม่

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

วิธีการเลือกครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด สำหรับคุณ เพียงคุณมีเทคนิคเหล่านี้ นำไปใช้เวลาที่ซื้อผลิตภัณฑ์ทุกครั้งคุณก็จะได้ครีมที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า ทำให้คุณีผิวที่สุขภาพดีได้ไม่อยากเลยค่ะ

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว ใครเลือกไม่เป็น มาฟังทางนี้

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว ถ้าหากเลือกถูก ก็ไม่มีปัญหาตามมา

สำหรับคนที่เป็นสิวง่าย คงจะมีปัญหาหนักใจเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้าน เพราะเราต้องแต่งหน้าเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แล้วยังต้องทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวอีก เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ผิวเราอักเสบมากขึ้น แต่เหมือนยิ่งทาครีมกันแดด สิวก็ดูจะยิ่งเยอะขึ้น วันนี้เราจึงมีวิธีมาเลือกครีม กันแดดสําหรับคนเป็นสิว กันค่ะ

1.เลือกครีมกันแดดที่ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม เพราะจะไม่ทำให้เกิดความมันและไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ควรเลือกครีมที่มีเนื้อบางเบา มีส่วนประกอบส่วนใหญ่ที่ทำจากน้ำ เพราะจะทำให้ซึมสู่ผิวได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังให้ความชุ่มชื่นอีกด้วย

2.เลือกครีมกันแดดที่ไม่กันน้ำ เพราะครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำจะมีสารที่ไปเคลือบผิวเพื่อป้องกันเหงื่อของเรา ซึ่งล้างออกได้ยาก หากล้างไม่สะอาดก็อาจทำให้เกิดสิวอุดตันตามมา

3.เลือกครีมกันแดดสําหรับคนเป็นสิว ซึ่งมีการผลิตขึ้นมาเป็นสูตรที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวง่าย บางสูตรยังออกแบบมาให้มีความสามารถในการรักษาสิวให้หายเร็วขึ้นอีกด้วย หรือเลือกครีมกันแดดที่รับรองโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้มากกว่าครีมกันแดดทั่วไป

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

4.สำหรับคนที่ทำงานในร่มหรือไม่ได้อยู่กลางแจ้งนานๆ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่มากนัก เพราะครีมกันแดดที่มี SPF สูงจะทำให้การทำความสะอาดนั้นยากขึ้น สิ่งสกปรกมีโอกาสตกค้างในรูขุมขนมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว อีกทั้งยังทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าหากใครมั่นใจว่าล้างหน้าได้สะอาดหมดจด จะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆก็ไม่ว่ากัน

5.เลือกครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของสาร Paba ซึ่งเป็นสารที่นิยมใส่ในครีมกันแดดสมัยก่อน ซึ่งมีความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ที่ทำให้ผิวหนังไหม้ แต่ต่อมาได้พบว่าสาร Paba ทำให้เซลล์ผิวเกิดความเสียหาย และยังทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองสำหรับผู้ใช้บางราย จึงได้เลิกใส่สารดังกล่าว แต่ปัจจุบันก็อาจมีบางยี่ห้อที่ยังใส่อยู่ ก็อย่าลืมอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ถี่ถ้วน

6.เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งรังสี UVA เป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ส่วนรังสี UVB เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังไหม้และบวมแดง ดังนั้นเราจึงควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB

กันแดดสําหรับคนเป็นสิว

7.เลือกครีมกันแดดชนิด Physical ซึ่งเป็นแบบสะท้อนรังสี ทำให้รังสีมีการดูดซึมลงสู่ผิวหนังได้น้อย และครีมประเภทนี้ยังล้างทำความสะอาดได้ง่าย และอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง จึงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ทั้งยังไม่ทิ้งสารตกค้างที่ทำให้อุดตันรูขุมขนอีกด้วย

ได้ข้อมูลและความรู้สำหรับวิธีเลือกครีมกันแดดสําหรับคนเป็นสิวกันไปไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากนี้ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์หรือครีมกันแดด ก็อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านี้ไปเลือกซื้อและเลือกใช้ให้เหมาะกับผิวหน้าของเรากันด้วยนะคะ

หน้าใสทําไง

ถ้าหากอยาก หน้าใสทําไง บอกหน่อยได้หรือป่าว

หน้าใสทําไง อยากดูดีมีออร่า โดนเด่น เป็นที่จับตามอง

สาวๆหลายคนคงมีเรื่องกังวลใจกับรูปลักษณ์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอ้วนเกินไป คล้ำเกินไป หรือเซลลูไลท์เยอะเกินไป และหนึ่งในนั้นที่จะหนีไม่พ้นก็คือปัญหาของผิวหน้า ซึ่งเป็นปัญหาอันดับต้นๆของสาวๆเลยก็ว่าได้ หลายคนคงมีคำถามกันมาว่า หน้าใสทําไง วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆมาฝากกันค่ะ

1.อย่านอนดึกเกิน 4 ทุ่ม เพราะร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมร่างกายรวมถึงผิวหน้า ทำให้ช่วยชะลอวัยดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะการนอนดึกจะทำให้ใต้ตาหมองคล้ำอีกด้วย

 2.ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือ 1.5-2 ลิตรต่อวัน ช่วยเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และน้ำยังช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ใบหน้าเราแลดูสดใสจากภายในสู่ภายนอก

หน้าใสทําไง

3.ออกกำลังกาย หน้าใสทําไง ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลยค่ะ แค่เราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี และยังเพิ่มออกซิเจนให้แก่เซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่ง สดใส ดูสุขภาพดีมีเลือดฝาด และยังทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

4.เลี่ยงของมันของทอด ลดหวาน ลดเค็ม กินผักและผลไม้เป็นประจำ ทำให้สิวไม่อุดตันง่าย ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และช่วยให้ผิวพรรณดูสวยสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

หน้าใสทําไง

5.พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือหากจำเป็นต้องโดนแดดก็ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวเราหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ทั้งยังเสี่ยงต่อผิวไหม้อีกด้วย

6.ล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง ไม่ควรเกิน 3 ครั้ง เพราะจะทำให้หน้าบางผิวขาดความชุ่มชื่นได้ หากวันไหนแต่งหน้าอย่าลืมล้างเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้ง ด้วยคลีนซิ่ง และเพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดแล้วจริงๆ ให้ตบท้ายด้วยโทนเนอร์ ทั้งยังช่วยปรับสภาพผิวก่อนทาครีมบำรุงผิวขั้นต่อไปด้วยค่ะ

หน้าใสทําไง

7.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง เพราะจะช่วยปรับผิวหน้าให้ดูสว่างกระจ่างใส เรียบเนียน อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ เป็นอีกคำตอบว่าหน้าใสทําไง

8.เติมวิตามินซีให้แก่ผิวหน้า โดยการดื่มน้ำผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม ฝรั่ง มะเขือเทศ หรือใครต้องการความสะดวก จะเลือกกินอาหารเสริมเป็นวิตามินซีแทนก็ได้ค่ะ เพราะเจ้าตัววิตามินซีนี่แหละค่ะ ที่จะช่วยทำให้ผิวหน้าของเราดูขาวกระจ่างใสน่าสัมผัส

หน้าใสทําไง

9.ควรแยกผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดหน้าออกจากกัน และควรซักเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวพรรณและใบหน้า

คราวนี้สาวๆทุกคนคงรู้แล้วใช่ไหมค่ะว่าหน้าใสทําไง อย่าลืมนำวิธีที่บอกไปใช้อย่างเป็นประจำทุกวันต่อเนื่องและสม่ำเสมอด้วยนะคะ รับรองว่าหน้าใสๆที่สาวๆหลายคนต้องการไม่หนีไปไหนแน่ค่ะ

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด เป็นอย่างไร และมีกี่แบบ อะไรบ้าง

ครีมบำรุงหน้าที่ดีที่สุด ในแต่ละชนิดเหมาะกับผิวของใครบ้าง

สาวๆหลายคนคงอยากมีผิวขาวกระจ่างใสไร้ที่ติ เลยต้องเลือกเฟ้นหา ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด มาใช้สำหรับการดูแลผิวหน้าที่ต้องทะนุถนอม เพื่อมาบำรุงผิวพรรณให้ดูสุขภาพดีมีออร่า และครีมนี้เราก็ต้องใช้เป็นประจำทุกวัน จึงต้องเลือกสรรหามาให้ดีที่สุด

ครีมบำรุงหน้าควรมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวที่เสียแห้งกร้านให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง ปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้ดูสม่ำเสมอ เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และรอยเหี่ยวย่นต่างๆ ซึ่งครีมบำรุงผิวหน้านั้นมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ได้แก่

  1. ชนิดแบบครีม ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของน้ำมัน ซึ่งทำให้เนื้อเหนียวข้น แต่ก็ไม่มันเยิ้มจนเกินไป อาจจะซึมลงสู่ผิวได้ช้า แต่ช่วยลดความหยาบกร้านและป้องกันผิวสูญเสียน้ำได้มากเหมาะสำหรับคนผิวแห้งถึงผิวธรรมดา
  2. ชนิดขี้ผึ้ง มีความเข้มข้นสูง เมื่อทาลงบนผิวจะทำให้รู้สึกมันและลื่น เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด จึงเหมาะกับผิวคนแพ้ง่ายอีกด้วย
  3. ชนิดโลชั่น มีลักษณะเหลวกว่าแบบครีมและมีเนื้อบางเบา ทำให้เกลี่ยง่ายและซึมลงสู่ผิวได้เร็วกว่า เหมาะสำหรับผิวบริเวณที่มีขนหรือผิวหนังที่อักเสบ ถือเป็นครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับคนผิวธรรมดา แต่ก็มีสูตรที่ไม่ผสมน้ำมันผลิตออกมาให้สำหรับผู้ที่มีผิวมันโดยเฉพาะ

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

  1. ชนิดเจล ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ มีเนื้อที่บางเบาซึ่งก่อให้เกิดการระเคืองได้น้อยจึงเหมาะกับทั้งคนที่มีผิวมันและผิวแพ้ง่าย
  2. ชนิดเซรั่ม มีลักษณะเป็นน้ำหรือน้ำมัน สามารถเลือกใช้ได้ตามสภาพของผิวแต่ละคน ซึ่งเซรั่มจะซึมลงสู่ผิวได้รวดเร็วและบำรุงลึกกว่าชนิดอื่น
  3. ชนิดสเปรย์ มีลักษณะเป็นละอองน้ำเนื้อบางเบา เหมาะสำหรับบำรุงผิวในบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก และผิวที่มีอาการอักเสบ ซึ่งไม่ควรใช้มือสัมผัส

ครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุด

จะเห็นว่าครีมบำรุงผิวหน้านั้นมีมากมายหลายประเภท และในท้องตลาดก็มีให้เลือกอยู่หลายแบบหลายยี่ห้อ แต่ไม่ว่าคุณจะได้ยินหรือได้ฟังโฆษณาสินค้าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆว่ามีคุณสมบัติดีเลิศเลอเฟอร์เฟคแค่ไหน แต่หากคุณนำมาใช้แล้วเกิดอาการแพ้ระคายเคือง หรือมีผื่นแดงขึ้น ก็ควรเลิกใช้ทันทีและนำผลิตภัณฑ์นั้นไปพบแพทย์ สาวๆอาจจะเปลี่ยนมาเลือกแบรนด์ที่มีสารสกัดมาจากธรรมชาติ ซึ่งจะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากกว่า ดังนั้นครีมบํารุงหน้าที่ดีที่สุดก็คือครีมที่เหมาะกับผิวหน้าของเรามากที่สุดนั่นเองค่ะ

สบู่ใช้แล้วขาว

สบู่ใช้แล้วขาว มีจริงหรือ เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย

สบู่ใช้แล้วขาว ตกลงแล้วมีจริงหรือ อยากรู้จังเลย

ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวสวย จึงเลือกสรรผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวขาวมาใช้ อย่างเช่น สบู่ใช้แล้วขาว ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ว่าแต่สบู่เหล่านี้ใช้แล้วทำให้ผิวขาวได้จริงหรือ และควรเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัย เรามาดูกันเลย

สบู่ที่ใช้แล้วผิวขาว โดยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของคอลลาเจนและวิตามินซี ซึ่งจะทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นได้จริง แต่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร รวมถึงต้องดูแลสุขภาพผิวของตัวเองอยู่เสมอด้วย แต่ก็มีสบู่บางประเภทที่โฆษณาเกินจริง ใช้แล้วขาวภายใน 3 วัน 7 วัน ซึ่งสบู่เหล่านี้มักจะมีส่วนผสมของสารที่อันตราย ใช้แล้วจะทำให้ผิวเกิดการแพ้ และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดการสะสมในร่างกายจนทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงต้องเลือกให้ดีเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณนั่นเอง

การเลือกสบู่ที่ใช้แล้วขาว ให้ปลอดภัย

สำหรับวิธีการเลือกใช้ สบู่ใช้แล้วขาว ให้ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายนั้น เราก็ได้รวบรวมมาแนะนำกันดังนี้

1.ต้องมี อย. เป็นเรื่องที่ทุกคนเรียนรู้กันมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้วว่า การจะซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ควรมีเครื่องหมาย อย. รับรอง แต่ก็มักจะละเลยและมองข้ามว่าไม่สำคัญ ซึ่งนี่แหละที่จะเป็นตัวคัดกรองให้กับเราได้เป็นอย่างดี ว่าผลิตภัณฑ์ที่จะใช้นั้นมีความปลอดภัยหรือไม่ โดยคุณควรเลือกสบู่ที่มี อย. เท่านั้น ถ้าไม่มีอย. ก็ไม่ควรซื้อมาใช้อย่างเด็ดขาด

สบู่ใช้แล้วขาว

2.ไม่โฆษณาเกินจริง สังเกตสักนิดว่ามีการโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า เพราะคงไม่มีอะไรที่จะวิเศษถึงขั้นทำให้ผิวขาวขึ้นมาภายในเวลาอันรวดเร็วอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นหากพบสบู่ที่มีการโฆษณาว่าขาวเร็ว ใช้แล้วขาวปุ๊บ อย่าได้หลงเชื่อเลยเชียว เพราะถึงแม้จะได้ผลจริงแต่มันอาจมีสารอันตรายแอบแฝงอยู่นั่นเอง

สบู่ใช้แล้วขาว

3.ไม่มีสารที่ทำให้แพ้ บางคนอาจจะเคยแพ้สารบางอย่างในสบู่หรือเครื่องสำอางมาก่อน ดังนั้นก่อนจะใช้สบู่ผิวขาวยี่ห้อไหน ควรดูสักนิดว่ามีสารที่คุณเคยแพ้หรือเปล่า ถ้ามีก็บอกลาไปได้เลย เพราะคงไม่คุ้มค่าแน่ถ้าคุณจะเสี่ยงนำมาใช้

สบู่ใช้แล้วขาว

สบู่ใช้แล้วขาวมีจริง แต่ถ้าจะให้ขาวอย่างรวดเร็วทันใจนั้น ไม่มีอย่างแน่นอน ทั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการค่อยๆ ปรับสีผิวให้ขาวขึ้น และในขณะเดียวกัน ตัวคุณเองก็ต้องดูแลปกป้องผิวจากตัวการที่ทำให้ผิวคล้ำ รวมถึงทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงผิวอยู่เสมอด้วย แล้วคุณจะมีผิวขาวสวยได้ดั่งใจ

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี แบบครีมกับแบบสเปรย์ แบบไหนดีกว่ากัน

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี มีหลายอย่างเหลือเกิน ช่วยเลือกให้หน่อย

ทุกวันนี้รองพื้นมีหลายแบบ ซึ่งนอกจากจะต้องเลือกว่า ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี แล้ว ก็ต้องเลือกว่าจะใช้รองพื้นแบบไหนดีกว่ากันอีกด้วย โดยเราก็จะมาเปรียบเทียบระหว่างรองพื้นแบบครีม และรองพื้นแบบสเปรย์ เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การปกปิดปัญหาผิว

การทารองพื้นส่วนใหญ่ สาวๆ จะเน้นไปที่คุณสมบัติในการปกปิด โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว ฝ้า จุดด่างดำ หรือมีริ้วรอย ซึ่งรองพื้นแบบครีมจะสามารถปกปิดได้ดีกว่ารองพื้นแบบสเปรย์ เนื่องจากมีเนื้อครีมที่เข้มข้นกว่า จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวมากที่สุด แต่สำหรับใครที่ผิวสวยอยู่แล้ว รองพื้นแบบสเปรย์ก็จะเหมาะกับคุณมากทีเดียว

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

ความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น

สำหรับความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นแบบเนื้อครีมหรือแบบสเปรย์ ก็มีความโดดเด่นในเรื่องนี้พอๆ กันเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดีด้วย เพราะหากเป็นรองพื้นที่ไม่มีคุณภาพ อาจไม่ค่อยมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นเนียนนุ่มกับผิวมากนัก

ความสะดวกในการใช้

ในเรื่องของความสะดวกในการนำมาใช้ ก็จะเห็นได้ชัดว่ารองพื้นแบบสเปรย์สะดวกกว่ารองพื้นแบบครีมมากทีเดียว เพราะเพียงแค่ฉีดเบาๆ บนใบหน้า และเกลี่ยเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะทำให้ใบหน้าของคุณดูดีพร้อมสำหรับการแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปแล้ว แถมยังพกพาสะดวกอีกด้วย ซึ่งใครที่ชอบความรวดเร็ว สะดวกสบาย รองพื้นแบบสเปรย์ก็น่าจะตอบโจทย์คุณได้ดีกว่า

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

ความบางเบา

ความบางเบา ก็ต้องยกให้รองพื้นแบบสเปรย์กันเลย เพราะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบามาก ใช้ปุ๊บ แห้งปั๊บ ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ด้วยความบางเบานี่เองจึงทำให้ประสิทธิภาพในการปกปิดปัญหาผิวไม่ค่อยดีมากนัก อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติในเรื่องของความบางเบานี่เอง จึงถูกใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว

ความเหมาะกับสภาพผิว

รองพื้นแบบเนื้อครีมจะเหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง และมีปัญหาผิวเยอะ ทำให้ต้องได้รับการปกปิดอย่างดีที่สุด ส่วนรองพื้นแบบสเปรย์ ก็เหมาะกับคนที่ผิวแห้งเช่นกัน แต่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวมากนัก หรือผิวสวย เรียบเนียนอยู่แล้ว ซึ่งจะเลือกใช้แบบไหนดีนั้น ก็ลองพิจารณาดูว่าคุณเหมาะกับรองพื้นแบบไหน

ครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี

สรุปได้เลยว่ารองพื้นทั้ง 2 แบบก็มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและดีพอๆ กัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการรองพื้นที่มีคุณสมบัติอย่างไร เพียงเลือกให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นแบบไหน ก็ใช้แล้วสวย ดูดีอย่างแน่นอน นอกจากนี้จะเลือกครีมรองพื้นยี่ห้อไหนดี ก็ลองเพิจารณาจากหลายยี่ห้อกันดู